เข้าสู่ระบบ!!
หน้าแรก สินค้า เว็บบอร์ด เกี่ยวกับเรา บทความ วิธีการชําระเงิน ติดต่อเรา
ภาษาไทย
 
Mobile    
ค้นหา:
  รถเข็น
สถิติของเวบไซต์
 
 
เปิดเวบเมื่อ 02/07/2550
ปรับปรุงเวบเมื่อ 10/12/2562
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 5061
1000159000315
 

หมวดหมู่สินค้า/บริการ
 
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (5061)
 พระพุทธชินสีห์
พระศาสดา
 พระไพรีพินาศ
 พระนิรันตราย
 พระแก้วมรกต
 สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์
 สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์
 สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส
 สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช
 เนื้อทองคำ
 พระผง
 พระบูชา
 พระเครื่องสมเด็จพระวันรัต (จุนท์ )
 ในหลวง
 พระนางพญา
 หนังสือ
 พระประจำวันเกิด
 พระเครื่องของวัดอื่น ๆ
 พระพิฆเนษ
 จตุคามรามเทพ
 โบว์ชัวร์พระเครื่อง
 พระเกจิอาจารย์
 บาตรน้ำมนต์
 พระสมเด็จสุคโต
 พระแก้วมรกต
 พระโชว์
 พระสวยแชมป์ ติดรางวัลงานประกวดต่างๆ
 อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์
 วัตถุมงคลคุ้มเกล้า พระกริ่งศิรากาศ
 เหรียญสนทนาธรรม
 เหรียญสมเด็จพระญาณสังวร
อุปกรณ์ กล้องส่องพระ
สิ่งมงคลสักการะ รุ่น ๑ ศตวรรษ พระสังฆราช
 พระสมเด็จอรหัง ปี 2519
 พระกริ่งอุดมสมบูรณ์ (กริ่งปุ้มปุ้ย)
 ศึกษาและสะสม
 พระกริ่งนิรันตราย - พระไพรีพินาศ
 เหรียญทรงผนวชทุกรุ่น
 พระกริ่ง ๗ รอบ สมเด็จพระญาณสังวร
 วัตถุมงคลรุ่น ๘๐ พรรษา สมเด็จพระญาณสังวร
 พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์ ปวเรศ ปี 2530
 พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์ วัดตรีทศเทพ ปี 2530
 พระกริ่งโภคทรัพย์ วัดบวรนิเวศวิหาร ปี 2535
 พระชินสีห์ ภปร. ทนฺโต เสฏฺโฐ (ผสมพระทนต์ในหลวง)
 พระนิรันตราย รุ่น สนง.ตำรวจแห่งชาติสร้าง
 วัตถุมงคล รุ่น ๕ รอบ สมเด็จพระญาณสังวร ปี ๒๕๑๖
 พระพุทธชินราช รุ่น รักแผ่นดินเกิด
 พระสมเด็จนางพญา สก. ๕ รอบ พระราชินี
 เหรียญบาตรน้ำมนต์ ปี 2523
 สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน) พระองค์ที่ ๑๘
 พระพุทธชินราช รุ่นรักแผ่นดินเกิด
 พระกริ่งสุวัฑฒโน รุ่นแรก 2521
 พระกริ่งไพรีพินาศและกริ่งนวปทุม ปี ๒๕๓๕
 พระกริ่งไพรีพินาศ วัดบวรนิเวศวิหาร รุ่นผ้าป่าสิงห์
 เหรียญหนึ่งในสยาม หลังสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ปี ๒๕๑
 เหรียญสมเด็จพระสังฆราช รุ่น 600 ปี วัดเจดีย์หลวง
 พระกริ่งวชิรมงกุฏ พ.ศ. 2511
 สิ่งมงคลสักการะ ชุด 99 พระชันษา สมเด็จพระญาณสังวร
 พระกริ่งภูริทัตโต พ.ศ. ๒๕๒๐
 เหรียญสมเด็จพระญาณสังวร รุ่น ครบรอบ ๑ ปี การสภาปนา
 กริ่ง ๘ รอบ ๙๖ พรรษา สมเด็จพระญาณสังวรฯ
 พระกริ่งโสฬส มปร. วัดราชประดิษฐ พ.ศ.๒๕๑๕
 รูปเหมือนสมเด็จพระญาณสังวร ทุกต่างๆ
 พระกริ่งนิรันตราย วัดบวรนิเวศวิหาร ปี 2538
 พระกริ่งยอดแก้ว สมเด็จพระสังฆราช 92 พรรษา 2548
 วัตถุมงคลรุ่น ๘ รอบ ๙๖ พรรษา สมเด็จพระสังฆราช ๒๕๕๒
 เหรียญที่ระลึกครบ 1 ปี การสถาปนาฯ สมเด็จพระสังฆราช
 พระรูปเหมือน สมเด็จพระญาณสังวร รุ่นแรก ปี 2531
 พระกริ่งไพรีพินาศ รุ่นเขาค้อ พ.ศ. 2520
 เหรียญพระมหาชนก พิมพ์ใหญ่ และพิมพ์เล็ก
 จองพระ
 เหรียญพระนเรศวรมหาราช
 พระพรหมมุนี (ผิน สุวโจ) วัดบวรนิเวศวิหาร
 

บริการของร้านค้า
 
หน้าแรก
สินค้า
เว็บบอร์ด
เกี่ยวกับเรา
บทความ
วิธีการชําระเงิน
ติดต่อเรา
แจ้งการชำระเงิน
 

จดหมายข่าว
 
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ
 

เว็บลิงค์
 
พระสมเด็จศาสดา รุ่นแรก วัดบวรนิเวศวิหาร
พระกริ่งปวเรศ รุ่นแรก วัดบวรนิเวศวิหาร
พระกริ่งฉลองพระชนมายุครบ 7 รอบ 84 พรรษา สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์
พระกริ่งไพรีพินาศ วัดบวรนิเวศวิหาร 2528
พระกริ่งพุทธนิมิตที่ระลึกรับสถาปนาเป็นสมเด็จพระวันรัต 5 ธันวาคม 2552
วิธีบูชาพระไพรีพินาศให้เกิดผล
ประวัติพระ ภปร. พ.ศ.2508 วัดบวรนิเวศวิหาร
พระกริ่งปวเรศ ปี 2530 วัดบวรนิเวศวิหาร
พระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศ ลำดับที่ ๑
พระประวัติสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ลำดับที่ ๒
พระประวัติสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ลำดับที่ ๓
พระประวัติสมเด็จพระสังฆราช เจ้า กรมหลวงวชิรญาณววศ์ เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ลำดับที่ ๔
ประวัติพระพรหมมุนี (ผิน สุวโจ) เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ลำดับที่ ๕
พระประวัติสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ลำดับที่ ๖
งานฉลองพระชันษา ๙๖ ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ๓ ตุลาคม ๒๕๕๒
พระปั้นหย่า พระตำหนักที่ในหลวงทรงประทับ ขณะทรงผนวช
พระตำหนักของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ประทับ ขณะดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร
ตำหนักบัญจบเบญจมา สถานที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์
ต้นสักที่ในหลวงทรงปลูกขณะทรงผนวช ปี ๒๔๙๙
 

Ẻͺ͹Ź
 
 







ช่วงนี้ จะมีวัตถุมงคลราคาพิเศษ โปรโมชั่น ส่งท้ายปีเก่า 2562
ก่อนกลับไปสู่ราคาปกติ ครับ

        เพิ่มอีกช่องทางสำหรับการติดต่อกันครับ.... 1. ไลน์ ID : pm_petch  2. กลุ่ม Facebook  : พระเครื่องวัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดสินค้า/บริการ
สินค้า/บริการ >> สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช >> ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรด กระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้ศิษยานุศิษย์มีส่วนร่วมในการพระราชกุศลฯ

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรด กระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้ศิษยานุศิษย์มีส่วนร่วมในการพระราชกุศลฯ - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรด กระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้ศิษยานุศิษย์มีส่วนร่วมในการพระราชกุศลฯ








  Tell a Friend
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรด กระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้ศิษยานุศิษย์มีส่วนร่วมในการพระราชกุศลฯ - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรด กระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้ศิษยานุศิษย์มีส่วนร่วมในการพระราชกุศลฯ - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรด กระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้ศิษยานุศิษย์มีส่วนร่วมในการพระราชกุศลฯ

รหัสสินค้า: 002620
ราคา: 9,999,999.00 บาท
รายละเอียด:

         พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรด กระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้ศิษยานุศิษย์และสาธุชนมีส่วนร่วมในการพระราชกุศลสร้างพระรูปหล่อสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ ด้านผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรฯเผย กรมศิลปากรกำลังดำเนินการหล่อรูปสมเด็จพระสังฆราชฯ เนื้อสำริด ขนาดเท่าพระองค์จริง เพื่อบรรจุพระอัฐิกับพระอังคาร แล้วนำมาประดิษฐานที่วัดบวรฯ

             ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระ กรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้วัดบวรนิเวศวิหารหล่อพระรูปสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประดิษฐาน ณ วัดบวรนิเวศวิหาร และจัดทำพระรูปจำลอง จำนวน 3 ขนาด เนื่องในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระ ญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้สำนักพระราชวังมีใบแจ้งความให้ศิษยานุศิษย์และผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมในการพระราชกุศลนี้

               ต่อมาเมื่อวันที่ 19 ก.ค. สำนักพระราชวังเผยแพร่ใบแจ้งความมีเนื้อหาว่า ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชอนุสรณ์ถึงสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ว่า มีพระคุณูปการแด่พระองค์เป็นอย่างยิ่ง ด้วยเป็นพระอภิบาลถวายโอวาทานุสาสน์ในระหว่างทรงพระผนวช และทรงมั่นคงในพระธรรมวินัย เพียบพร้อมด้วยพระคุณธรรม และพระขันติธรรมอันสูงส่ง เป็นที่เคารพของบรรดาพุทธบริษัท ทั้งได้ทรงดำรงตำแหน่งสกลมหาสังฆปริณายก เป็นประธานในพุทธจักรแห่งสยามรัฐสีมา ยาวนานถึง 25 ปี ได้ทรงบริหารวงการคณะสงฆ์ ทะนุบำรุงพระบวรพุทธศาสนา เป็นหิตานุหิตประโยชน์แก่พุทธจักรและอาณาจักรอย่างไพศาล จึงต้องพระราชประสงค์จะทรงหล่อพระรูปสมเด็จพระสังฆราชพระองค์นั้นไว้เป็นที่สักการบูชาประดิษฐาน ณ วัดบวรนิเวศวิหาร สืบไปชั่วกาลนาน

 
 
 
 

             แต่โดยที่ทรงตระหนักในพระราชหฤทัยว่า สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเป็นที่เคารพนับถือของบรรดาศิษยานุศิษย์ และสาธุชนทั้งหลายมาช้านาน ย่อมมีผู้ประสงค์จะมีส่วนร่วมในการหล่อพระรูปครั้งนี้บ้างจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สำนักพระราชวังแจ้งความให้บรรดาศิษยานุศิษย์ทั้งบรรพชิต คฤหัสถ์ และประชาชนทั่วไปทราบ หากผู้ใดมีศรัทธาประสงค์จะร่วมโดยเสด็จในการพระราชกุศลนี้ ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาต

              เพราะฉะนั้น ท่านผู้ใดประสงค์จะติดต่อในเรื่องนี้ประการใด ให้ติดต่อได้ที่กองคลัง สำนักพระราชวัง หมายเลขโทรศัพท์ 0-2224-3260, 0-2223-0915 หรือโอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารไทยพาณิชย์ ชื่อบัญชี “หล่อพระรูปสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก” หมายเลขบัญชี 061-211535-6 ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปในเวลาราชการแล้วให้ส่งสำเนาหลักฐานการโอนเงินพร้อมชื่อ นามสกุล และที่อยู่ ไปที่กองคลัง สำนักพระราชวัง หมายเลขโทรสาร 0-2222-2144 เพื่อรวบรวมให้วัดบวรนิเวศดำเนินการจัดส่งอนุโมทนาบัตรได้อย่างถูกต้องต่อไป

                วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พระโสภณคณาภรณ์ (สมจิตต์ อภิจิตฺโต) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ถึงรูปหล่อสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ ว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรกำลังดำเนินการหล่ออยู่ เป็นรูปหล่อขนาดเท่าพระองค์จริง เนื้อสำริดผสม โดยนำภาพต้นแบบมาจากพระรูปฝีพระหัตถ์พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงถ่ายสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ ขณะมีพระราชปฏิสันถารที่พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 26 ก.ย.2528 ขณะทรงดำรงสมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระราชาคณะ ในพระราชทินนามที่สมเด็จพระญาณสังวร เป็นภาพนั่งขัดสมาธิด้านหลังเป็นเสื่อรำแพน ทั้งนี้รูปหล่อจะต้องเสร็จก่อนงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพฯ โดยรูปหล่อจะนำพระอัฐิกับพระอังคารของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ บรรจุไว้ในองค์พระที่หล่อขึ้น ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของสมเด็จพระสังฆราชทุกพระองค์ เมื่อบรรจุพระอัฐิกับพระอังคารแล้วจะนำรูปหล่อดังกล่าวไปประดิษฐานที่อาคาร 100 ปี ที่ตั้งอยู่บริเวณคณะเหลืองรังษี ภายในวัดบวรนิเวศ

 

 

 

 

 

 

สมเด็จพระญาณสังวร  สมเด็จพระสังฆราช  สกลมหาสังฆปริณายก

 

   เจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (สุวฑฺฒนมหาเถร) เป็นชาวจังหวัดกาญจนบุรี มีพระนามเดิมว่า เจริญ คชวัตร ประสูติเมื่อวันที่ ตุลาคม .. ๒๔๕๖  เวลาประมาณ ๐๔.๐๐ . เศษ (นับอย่างปัจจุบันเป็นวันที่ ตุลาคม) ตรงกับวันศุกร์ ขึ้น ค่ำ เดือน ๑๑ ปีฉลู ตำบลบ้านเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี พระชนกชื่อ นายน้อย คชวัตร พระชนนีชื่อ นางกิมน้อย คชวัตร

        บรรพชนของเจ้าพระคุณสมเด็จ มีประวัติความเป็นมาน่าสนใจ เพราะมาจาก ทิศทาง กล่าวคือ พระชนกมีเชื้อสายมาจากกรุงเก่าทางหนึ่ง จากปักษ์ใต้ทางหนึ่ง ส่วนพระชนนีมี เชื้อสายมาจากญวนทางหนึ่ง จากจีนทางหนึ่ง

        นายน้อย คชวัตร เป็นบุตรนายเล็กและนางแดงอิ่ม เป็นหลานปู่หลานย่าของหลวงพิพิธภักดีและนางจีน หลวงพิพิธภักดีนั้นเป็นชาวกรุงเก่าเข้ามารับราชการในกรุงเทพ ได้ออกไปเป็นผู้ช่วยราชการอยู่ที่เมืองไชยาคราวหนึ่ง และเป็นผู้หนึ่ง ที่พระบาทสมเด็จ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ให้ไปคุมเชลยศึก ที่เมืองพระตะบอง คราวหนึ่ง หลวงพิพิธภักดีได้ภรรยาเป็นชาวไชยา คนชื่อทับคนหนึ่ง ชื่อนุ่นคนหนึ่ง และได้ภรรยาเป็นชาวพุมเรียงอีกคนหนึ่งชื่อแต้ม ต่อมา เมื่อครั้งพวกแขกยกเข้าตีเมืองตรัง เมืองสงขลาของไทย เมื่อ .. ๒๓๘๑  พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ให้พระยาศรีพิพัฒน์ (ทัด ซึ่งต่อมาได้เป็นที่ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ ในรัชกาลที่ ) เป็นแม่ทัพยกออกไปปราบปราม หลวงพิพิธภักดีได้ไปในราชการทัพครั้งนั้นด้วย และไปได้ภรรยาอีกหนึ่งชื่อจีน ซึ่งเป็นธิดาของพระปลัดเมืองตะกั่วทุ่ง (สน) เป็นหลานสาว ของพระตะกั่วทุ่ง หรือพระยาโลหภูมิพิสัย (ขุนดำ ชาวเมืองนครศรีธรรมราช) ต่อมา หลวงพิพิธภักดี ได้พาภรรยาชื่อจีนมาตั้งครอบครัวอยู่ในกรุงเทพ และได้รับภรรยาเดิมชื่อแต้ม จากพุมเรียงมาอยู่ด้วย (ส่วนภรรยาอีก คนได้ถึงแก่กรรมไปก่อน)

        เวลานั้น พี่ชายของหลวงพิพิธภักดี คือพระยาพิชัยสงคราม เป็นเจ้าเมืองศรีสวัสดิ์กาญจนบุรี และมีอาชื่อ พระยาประสิทธิสงคราม (ขำ) เป็นเจ้าเมืองกาญจนบุรี ต่อมาหลวงพิพิธภักดีลาออก จากราชการและได้พาภรรยาทั้ง คนมาตั้งครอบครัวอยู่ที่เมืองกาญจนบุรี

        กล่าวกันว่า หลวงพิพิธภักดีนั้นเป็นคนดุ เมื่อเป็นผู้ช่วยราชการอยู่ที่เมืองไชยา เคยเฆี่ยนนักโทษตายทั้งคา เป็นเหตุให้หลวงพิพิธภักดีเกิดสลดใจลาออกจากราชการ แต่บางคนเล่าว่า เหตุที่ทำให้หลวงพิพิธภักดีต้องลาออกจากราชการนั้น ก็เพราะเกิดความเรื่องที่ได้ธิดา พระปลัดเมืองตะกั่วทุ่ง ชื่อจีนมาเป็นภรรยานั่นเอง

        เมื่อพี่ชายคือพระพิชัยสงคราม ทราบว่าหลวงพิพิธภักดีอพยพครอบครัวมาอยู่ที่เมือง กาญจนบุรี ก็ได้ชักชวนให้ เข้ารับราชการอีก แต่หลวงพิพิธภักดีไม่สมัครใจ และ ได้ทำนาเลี้ยงชีพต่อมา

        นายน้อย คชวัตร ได้เรียนหนังสือตลอดจนได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ พรรษาอยู่ในสำนักของ พระครูสิงคบุรคณาจารย์ (สุด) เจ้าอาวาสวัดเทวสังฆาราม (วัดเหนือ) ซึ่งเป็นวัดใกล้บ้านพระครูสิงคบุรคณาจารย์ นั้น เป็นบุตรคนเล็กของหลวงพิพิธภักดีกับนางจีน เป็นอาคนเล็กของนายน้อย เมื่อลาสิกขาแล้ว นายน้อยได้เข้ารับราชการ เป็นเสมียนสังกัดกระทรวงมหาดไทย ที่เมืองกาญจนบุรี และได้แต่งงานกับนางกิมน้อยในเวลาต่อมา

        นางกิมน้อย มาจากบรรพชนสายญวนและจีน บรรพชนสายญวนนั้นได้อพยพเข้ามา เมืองไทยในสมัยรัชกาลที่ เมื่อครั้งเจ้าพระยาบดินเดชา (สิงห์ ต้นตระกูลสิงหเสนี) ยกทัพ ไปปราบจราจลเมืองญวน ได้ครอบครัวญวนส่งเข้ามาถวาย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ให้พวกญวนที่นับถือพระพุทธศาสนาไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ กาญจนบุรี เมื่อปลายปี .. ๒๓๗๒  เพื่อทำหน้าที่รักษาป้อมเมือง ส่วนพวกญวนที่นับถือศาสนาคริสต์ให้ไป ตั้งบ้านเรือน อยู่กับพวกญวนเข้ารีดที่เมืองสามเสนในกรุงเทพ บรรพชนสายญวนของนางกิมน้อย เป็นพวกญวนที่เรียกว่า ญวนครัว

        ส่วนบรรพชนสายจีนนั้น ได้โดยสารสำเภามาจากเมืองจีน และได้ไปตั้งถิ่นฐานทำการค้า อยู่ที่กาญจนบุรี

        นางกิมน้อยเป็นบุตรีนายทองคำ (สายญวน) กับนางเฮงเล็ก แซ่ตัน (สายจีน) เกิดที่ ตำบลบ้านเหนือ อำเภอเมือง กาญจนบุรี เมื่อแต่งงานกับนายน้อยแล้ว ได้ใช้ชื่อว่าแดงแก้ว แต่ต่อมาก็กลับไปใช้ชื่อเดิม คือกิมน้อย หรือน้อยตลอดมา

        นายน้อย คชวัตร เริ่มรับราชการในตำแหน่งเสมียน แล้วเลื่อนขึ้นเป็นผู้รั้งปลัดขวาแต่ต้องออก จากราชการเสียคราวหนึ่ง เพราะป่วยหนัก หลังจากหายป่วยแล้วจึงกลับเข้ารับราชการใหม่ เป็นปลัดขวาอำเภอวังขนาย กาญจนบุรี ต่อมาได้ย้ายไปเป็นปลัดอำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เกิดป่วยเป็นโรคเนื้อร้ายงอก จึงกลับมารักษาตัวที่ บ้านกาญจนบุรีและได้ถึงแก่กรรมเมื่อมีอายุเพียง ๓๘ ปี ได้ทิ้งบุตรน้อย ให้ภรรยาเลี้ยงดู คน คือ

        เจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ คชวัตร)

        นายจำเนียร คชวัตร

        นายสมุทร คชวัตร (ถึงแก่กรรมแล้ว)

        สำหรับเจ้าพระคุณสมเด็จ นั้น ป้าเฮง ผู้เป็นที่สาวของนางกิมน้อย ได้ขอมาเลี้ยงตั้งแต่ ยังทรงพระเยาว์ และทรงอยู่ในความเลี้ยงดูของป้าเฮงมาตลอดจนกระทั่ง ทรงบรรพชาเป็นสามเณร ป้าเฮ้งได้เลี้ยงดูเจ้าพระคุณสมเด็จ ด้วยความถนุถนอมเอาใจเป็นอย่างยิ่งจนพากันเป็นห่วงว่า จะทำให้เสียเด็ก เพราะเลี้ยงแบบตามใจเกินไป

        ชีวิตในปฐมวัยของเจ้าพระคุณสมเด็จ นับว่าเป็นสุขและอบอุ่น เพราะมีป้าคอยดูแล เอาใจใส่อย่างถนุถนอม ส่วนที่นับว่าเป็นทุกข์ของชีวิตในวัยนี้ก็คือ ความเจ็บป่วยออดแอดของร่างกาย ในเยาว์วัยเจ้าพระคุณสมเด็จ ทรงเจ็บป่วยออดแอดอยู่เสมอ จนคราวหนึ่งทรงป่วยหนักถึงกับ        ญาติ พากันคิดว่าคงจะไม่รอดและบนว่าถ้า หายป่วยจะให้บวชแก้บน เรื่องนี้นับเป็นเหตุหนึ่ง ที่ทำให้เจ้าพระคุณสมเด็จ ทรงบรรพชาเป็นสามเณรในเวลาต่อมา

        พระนิสัยของเจ้าพระคุณสมเด็จ เมื่อเยาว์วัยนั้น อาจกล่าวได้ว่าเป็นบุพพนิมิตหรือเป็นสิ่ง แสดงถึงวิถีชีวิต ในอนาคตของพระองค์ได้อย่างหนึ่ง กล่าวคือ เมื่อทรงพระเยาว์พระนิสัยที่ทรงแสดง ออกอยู่เสมอได้แก่การชอบเล่นเป็นพระ หรือเล่นเกี่ยวกับ การประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เช่น เล่นสร้างถ้ำก่อเจดีย์ เล่นทอดผ้าป่าทอดกฐิน เล่นทิ้งกระจาด แม้ของเล่นก็ชอบทำของเล่นที่เกี่ยวกับพระ เช่น ทำคัมภีร์เทศน์เล็ก ตาลปัตรเล็ก (คือพัดยศเล็ก )

        พระนิสัยที่แปลกอีกอย่างหนึ่งของเจ้าพระคุณสมเด็จ เมื่อเยาว์วัยคือ ทรงชอบเล่นเทียน เนื่องจาก ป้าต้องออกไปทำงานตั้งแต่ยังไม่สว่าง เจ้าพระคุณสมเด็จ จึงต้องพลอยตื่นแต่ดึกตาม ป้าด้วยแล้วไม่ยอมนอนต่อ ป้าจึงต้องหาของให้เล่น คือหาเทียนไว้ให้จุดเล่น เจ้าพระคุณสมเด็จ ก็จะจุดเทียนเล่นและนั่งดูเทียนเล่นอยู่คนเดียวจนสว่าง

        พระนิสัยในทางไม่ดีก็ทรงมีบ้างเช่นเดียวกับเด็กทั่วไป ดังที่ทรงเคยเล่าว่า เมื่อเยาว์วัยก็ทรงชอบเลี้ยงปลากัด ชนไก่ และบางครั้งก็ทรงหัดดื่มสุรา ดื่มกระแช่ไปตามเพื่อน แต่พระนิสัยในทางนี้มีไม่มากถึงกับจะทำให้กลายเป็นเด็กเกเร

        เมื่อพระชนมายุได้ ขวบ เจ้าพระคุณสมเด็จ จึงเริ่มเข้าโรงเรียน คือโรงเรียนประชาบาล วัดเทวสังฆาราม ซึ่งใช้ศาลาวัดเป็นโรงเรียน จนจบชั้นประถม เท่ากับจบชั้นประถม ศึกษาในครั้งนั้น หากจะเรียนต่อชั้นมัธยมจะต้องย้ายไปเรียนที่โรงเรียน มัธยมวัดชัยชุมพลชนะสงคราม (วัดใต้) ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำจังหวัด สุดท้ายทรงตัดสินพระทัย เรียนต่อชั้นประถม ซึ่งจะเปิดสอนต่อไปที่โรงเรียนวัดเทวสังฆารามนั้น แล้วก็จะเปิดชั้นประถม ต่อไปด้วย (เทียบเท่า . และ . แต่ไม่มีเรียนภาษาอังกฤษ) ในระหว่างเป็นนักเรียน ทรงสมัครเป็นอนุกาชาดและลูกเสือ ทรงสอบได้เป็นลูกเสือเอก ทรงจบการศึกษาชั้นประถม เมื่อ .. ๒๔๖๘  พระชนมายุ ๑๒ พรรษา

        หลังจากจบชั้นประถม แล้ว ทรงรู้สึกว่ามาถึงทางตัน ไม่รู้ว่าจะเรียนอะไรต่อและไม่รู้ว่า จะไปเรียนที่ไหน เพราะขาดผู้นำครอบครัวที่จะเป็นผู้ช่วยคิดช่วยแนะนำตัดสินใจทรงเล่าว่า เมื่อเยาว์วัยทรงมีพระอัธยาศัยค่อนข้างขลาด กลัวต่อคนแปลกหน้า และค่อนข้างจะเป็นคนติดป้าที่อยู่ ใกล้ชิดกันมาแต่ทรงพระเยาว์โดยไม่เคยแยกจากกันเลย จึงทำให้พระองค์ไม่กล้าตัดสิน พระทัยไปเรียนต่อที่อื่น

บรรพชาอุปสมบท

        ในปีรุ่งขึ้นคือ .. ๒๔๖๙  น้าชาย คนจะบวชเป็นพระภิกษุที่วัดเทวสังฆาราม พระชนนีและป้าจึงชักชวน เจ้าพระคุณสมเด็จ ซึ่งขณะนั้นพระชนมายุย่าง ๑๔ พรรษา ให้บวช เป็นสามเณรแก้บนที่ค้างมาหลายปีแล้วให้เสร็จเสียที เจ้าพระคุณสมเด็จ จึงตกลงพระทัย บวชเป็นสามเณรที่วัด         ทวสังฆารามในปีนั้น  โดยพระครูอดุลยสมณกิจ (ดี พุทธโชติเจ้าอาวาสวัดเทวสังฆาราม  ซึ่งเรียกกันว่า  หลวงพ่อวัดเหนือ เป็นพระอุปัชณาย์ (สุดท้าย ได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็น พระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพมงคลรังษี) พระครูนิวิฐสมาจาร (เหรียญ สุวณณโชติ) เจ้าอาวาสสวัดศรีอุปลาราม ซึ่งเรียกกันว่า หลวงพ่อวัดหนองบัว เป็นพระอาจารย์ ให้สรณะและศีล

        ก่อนที่จะทรงบรรพชาเป็นสามเณร เจ้าพระคุณสมเด็จ ไม่เคยอยู่วัดมาก่อน เพียงแต่ไปเรียนหนังสือที่วัด จึงไม่ทรงคุ้นเคยกับพระรูปใดในวัด แม้หลวงพ่อวัดเหนือผู้เป็น พระอุปัชณาย์ของพระองค์ก็ไม่ทรงคุ้นเคยมาก่อน ความรู้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องวัด ก็ไม่เคยมีมาก่อนเช่นกัน นอกจากการไปวัดในงานเทศกาล การไปทำบุญที่วัดกับป้า และเป็น เพื่อนป้าไปฟังเทศน์เวลากลางคืนในเทศกาลเข้าพรรษาซึ่งที่วัดเหนือมีเทศน์ทุกคืนตลอด พรรษา ทรงเล่าว่า ถ้าพระเทศน์เรื่องชาดก ก็รู้สึกฟังสนุก เมื่อถึงเวลาเทศน์ก็มักจะเร่งป้าให้รีบไปฟัง แต่ถ้าพระเทศน์ธรรมะก็ทรงรู้สึกว่าไม่รู้เรื่อง และเร่งป้าให้กลับบ้าน กล่าวได้ว่า เจ้าพระคุณสมเด็จ เมื่อทรงพระเยาว์นั้นแทบจะไม่เคยห่างจากอกของป้าเลย ยกเว้นการไปแรมคืนในเวลา เป็นลูกเสือบ้างเท่านั้น ในคืนวันสุดท้ายก่อนที่จะทรงบรรพชาเป็นสามเณรนั้น ป้าพูดว่า คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายที่จะอยู่ด้วยกัน ซึ่งก็เป็นความจริง เพราะหลังจากทรงบรรพชาเป็นสามเณรแล้ว ก็ไม่ทรงมีโอกาส กลับไปอยู่ในอ้อมอกของป้าอีกเลยจนกระทั่งป้าเฮง ถึงแก่ กรรมเมื่อ .. ๒๕๐๗
กล่าวได้ว่า ชีวิตพรหมจรรย์ของเจ้าพระคุณสมเด็จฯ นั้นเริ่มต้นจากการบวชแก้บน เมื่อทรงบรรพชาแล้ว ก็ทรง อยู่ในความปกครองของหลวงพ่อวัดเหนือ และทรงเริ่มคุ้นเคย กับหลวงพ่อมากขึ้นเป็นลำดับ

      พรรษาแรกแห่งชีวิตพรหมจรรย์ วัดเทวสังฆาราม เจ้าพระคุณสมเด็จ   ยังไม่ได้เล่าเรียนอะไร มีแต่ท่อง สามเณรสิกขา (คือข้อ พึงปฏิบัติสำหรับสามเณร) และ ท่องบททำวัตรสวดมนต์เท่านั้น ส่วนกิจวัตร ก็คือการปฏิบัติรับ ใช้หลวงพ่อ ผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ มีสิ่งหนึ่งที่หลวงพ่อสอน ในระหว่างที่ทำ อุปัชฌาย์วัตร (คือการปฏิบัติรับ ใช้พระอุปัชฌาย์) ก็คือ การต่อเทศน์ แบบที่เรียกกันว่า ต่อหนังสือค่ำ อันเป็นวิธีการ เรียนการ สอนอย่างหนึ่งในสมัยโบราณ กล่าวคือ เมื่อเข้าไปทำ อุปัชฌาย์วัตรในตอนค่ำ มีการบีบนวดเป็นต้น หลวงพ่อ ก็จะอ่าน เทศน์ให้ฟังคืนละตอน แล้วท่องจำตามคำ อ่านของท่าน ทำต่อเนื่องกันไปทุกคืนจนจำได้ทั้งกัณฑ์ กัณฑ์เทศน์ที่หลวงพ่อ ต่อให้คือ เรื่องอริยทรัพย์ ประการ เมื่อทรงจำได้คล่องแล้ว หลวงพ่อก็ให้ขึ้นเทศน์ปากเปล่า ให้ญาติโยมฟัง ในโบสถ์คืนวัน พระวันหนึ่งในพรรษานั้น หลังจากเทศน์ ให้ญาติโยมฟังแล้ว เจ้าพระคุณสมเด็จ ยังทรงบันทึกเทศน์ กัณฑ์นี้ ไว้ในสมุดบันทึกส่วนพระองค์ด้วย

 

   
 
                 

   
หน้าแรก  |  สินค้า  |  เว็บบอร์ด  |  เกี่ยวกับเรา  |  บทความ  |  วิธีการชําระเงิน  |  ติดต่อเรา  |  Sitemap
© 2001- . TARAD.com. All Rights Reserved.
//