เข้าสู่ระบบ!!
หน้าแรก สินค้า เว็บบอร์ด เกี่ยวกับเรา บทความ วิธีการชําระเงิน ติดต่อเรา
ภาษาไทย
 
Mobile    
ค้นหา:
  รถเข็น
สถิติของเวบไซต์
 
 
เปิดเวบเมื่อ 02/07/2550
ปรับปรุงเวบเมื่อ 10/12/2562
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 5061
1000159000315
 

หมวดหมู่สินค้า/บริการ
 
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (5061)
 พระพุทธชินสีห์
พระศาสดา
 พระไพรีพินาศ
 พระนิรันตราย
 พระแก้วมรกต
 สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์
 สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์
 สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส
 สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช
 เนื้อทองคำ
 พระผง
 พระบูชา
 พระเครื่องสมเด็จพระวันรัต (จุนท์ )
 ในหลวง
 พระนางพญา
 หนังสือ
 พระประจำวันเกิด
 พระเครื่องของวัดอื่น ๆ
 พระพิฆเนษ
 จตุคามรามเทพ
 โบว์ชัวร์พระเครื่อง
 พระเกจิอาจารย์
 บาตรน้ำมนต์
 พระสมเด็จสุคโต
 พระแก้วมรกต
 พระโชว์
 พระสวยแชมป์ ติดรางวัลงานประกวดต่างๆ
 อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์
 วัตถุมงคลคุ้มเกล้า พระกริ่งศิรากาศ
 เหรียญสนทนาธรรม
 เหรียญสมเด็จพระญาณสังวร
อุปกรณ์ กล้องส่องพระ
สิ่งมงคลสักการะ รุ่น ๑ ศตวรรษ พระสังฆราช
 พระสมเด็จอรหัง ปี 2519
 พระกริ่งอุดมสมบูรณ์ (กริ่งปุ้มปุ้ย)
 ศึกษาและสะสม
 พระกริ่งนิรันตราย - พระไพรีพินาศ
 เหรียญทรงผนวชทุกรุ่น
 พระกริ่ง ๗ รอบ สมเด็จพระญาณสังวร
 วัตถุมงคลรุ่น ๘๐ พรรษา สมเด็จพระญาณสังวร
 พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์ ปวเรศ ปี 2530
 พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์ วัดตรีทศเทพ ปี 2530
 พระกริ่งโภคทรัพย์ วัดบวรนิเวศวิหาร ปี 2535
 พระชินสีห์ ภปร. ทนฺโต เสฏฺโฐ (ผสมพระทนต์ในหลวง)
 พระนิรันตราย รุ่น สนง.ตำรวจแห่งชาติสร้าง
 วัตถุมงคล รุ่น ๕ รอบ สมเด็จพระญาณสังวร ปี ๒๕๑๖
 พระพุทธชินราช รุ่น รักแผ่นดินเกิด
 พระสมเด็จนางพญา สก. ๕ รอบ พระราชินี
 เหรียญบาตรน้ำมนต์ ปี 2523
 สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน) พระองค์ที่ ๑๘
 พระพุทธชินราช รุ่นรักแผ่นดินเกิด
 พระกริ่งสุวัฑฒโน รุ่นแรก 2521
 พระกริ่งไพรีพินาศและกริ่งนวปทุม ปี ๒๕๓๕
 พระกริ่งไพรีพินาศ วัดบวรนิเวศวิหาร รุ่นผ้าป่าสิงห์
 เหรียญหนึ่งในสยาม หลังสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ปี ๒๕๑
 เหรียญสมเด็จพระสังฆราช รุ่น 600 ปี วัดเจดีย์หลวง
 พระกริ่งวชิรมงกุฏ พ.ศ. 2511
 สิ่งมงคลสักการะ ชุด 99 พระชันษา สมเด็จพระญาณสังวร
 พระกริ่งภูริทัตโต พ.ศ. ๒๕๒๐
 เหรียญสมเด็จพระญาณสังวร รุ่น ครบรอบ ๑ ปี การสภาปนา
 กริ่ง ๘ รอบ ๙๖ พรรษา สมเด็จพระญาณสังวรฯ
 พระกริ่งโสฬส มปร. วัดราชประดิษฐ พ.ศ.๒๕๑๕
 รูปเหมือนสมเด็จพระญาณสังวร ทุกต่างๆ
 พระกริ่งนิรันตราย วัดบวรนิเวศวิหาร ปี 2538
 พระกริ่งยอดแก้ว สมเด็จพระสังฆราช 92 พรรษา 2548
 วัตถุมงคลรุ่น ๘ รอบ ๙๖ พรรษา สมเด็จพระสังฆราช ๒๕๕๒
 เหรียญที่ระลึกครบ 1 ปี การสถาปนาฯ สมเด็จพระสังฆราช
 พระรูปเหมือน สมเด็จพระญาณสังวร รุ่นแรก ปี 2531
 พระกริ่งไพรีพินาศ รุ่นเขาค้อ พ.ศ. 2520
 เหรียญพระมหาชนก พิมพ์ใหญ่ และพิมพ์เล็ก
 จองพระ
 เหรียญพระนเรศวรมหาราช
 พระพรหมมุนี (ผิน สุวโจ) วัดบวรนิเวศวิหาร
 

บริการของร้านค้า
 
หน้าแรก
สินค้า
เว็บบอร์ด
เกี่ยวกับเรา
บทความ
วิธีการชําระเงิน
ติดต่อเรา
แจ้งการชำระเงิน
 

จดหมายข่าว
 
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ
 

เว็บลิงค์
 
พระสมเด็จศาสดา รุ่นแรก วัดบวรนิเวศวิหาร
พระกริ่งปวเรศ รุ่นแรก วัดบวรนิเวศวิหาร
พระกริ่งฉลองพระชนมายุครบ 7 รอบ 84 พรรษา สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์
พระกริ่งไพรีพินาศ วัดบวรนิเวศวิหาร 2528
พระกริ่งพุทธนิมิตที่ระลึกรับสถาปนาเป็นสมเด็จพระวันรัต 5 ธันวาคม 2552
วิธีบูชาพระไพรีพินาศให้เกิดผล
ประวัติพระ ภปร. พ.ศ.2508 วัดบวรนิเวศวิหาร
พระกริ่งปวเรศ ปี 2530 วัดบวรนิเวศวิหาร
พระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศ ลำดับที่ ๑
พระประวัติสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ลำดับที่ ๒
พระประวัติสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ลำดับที่ ๓
พระประวัติสมเด็จพระสังฆราช เจ้า กรมหลวงวชิรญาณววศ์ เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ลำดับที่ ๔
ประวัติพระพรหมมุนี (ผิน สุวโจ) เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ลำดับที่ ๕
พระประวัติสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ลำดับที่ ๖
งานฉลองพระชันษา ๙๖ ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ๓ ตุลาคม ๒๕๕๒
พระปั้นหย่า พระตำหนักที่ในหลวงทรงประทับ ขณะทรงผนวช
พระตำหนักของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ประทับ ขณะดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร
ตำหนักบัญจบเบญจมา สถานที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์
ต้นสักที่ในหลวงทรงปลูกขณะทรงผนวช ปี ๒๔๙๙
 

Ẻͺ͹Ź
 
 







ช่วงนี้ จะมีวัตถุมงคลราคาพิเศษ โปรโมชั่น ส่งท้ายปีเก่า 2562
ก่อนกลับไปสู่ราคาปกติ ครับ

        เพิ่มอีกช่องทางสำหรับการติดต่อกันครับ.... 1. ไลน์ ID : pm_petch  2. กลุ่ม Facebook  : พระเครื่องวัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดสินค้า/บริการ
สินค้า/บริการ >> สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช >> พระรูปเหมือนบุชาสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ขนาด ๔ นิ้ว (มีผู้เช่าบูชาแล้ว)

พระรูปเหมือนบุชาสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช   ขนาด ๔ นิ้ว    (มีผู้เช่าบูชาแล้ว) - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่
พระรูปเหมือนบุชาสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช   ขนาด ๔ นิ้ว    (มีผู้เช่าบูชาแล้ว)








  Tell a Friend
พระรูปเหมือนบุชาสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช   ขนาด ๔ นิ้ว    (มีผู้เช่าบูชาแล้ว) - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

พระรูปเหมือนบุชาสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช   ขนาด ๔ นิ้ว    (มีผู้เช่าบูชาแล้ว) - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

พระรูปเหมือนบุชาสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช   ขนาด ๔ นิ้ว    (มีผู้เช่าบูชาแล้ว) - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

พระรูปเหมือนบุชาสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ขนาด ๔ นิ้ว (มีผู้เช่าบูชาแล้ว)

รหัสสินค้า: 001809
(มีผู้เช่าบูชาแล้ว)
รายละเอียด:

  พระรูปเหมือนสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช เนื้อสัตตะโลหะ รุ่นฉลองพระชนมายุ ๙๐ พรรษา โดยรุ่นนี้ เป็นรุ่นที่ สมเด็จพระสังฆราช เสด็จในพิธีเททองเอง ปี ๒๕๔๖ ด้วยพระองค์เอง จึงเป็นที่นิยมสะสมกันในวงการ ตอนนี้ หายากมาก ๆ ครับ 

(มีผู้เช่าบูชาแล้ว)

 

วัตถุประสงค์ และ ความเป็นมาของการจัดสร้าง

       ในวโรกาสที่ เจ้าประคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเจริญพระชนมายุ 90 พรรษา ประทานอนุญาต ให้สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช สร้างวัตถุมงคล มีรายการดังนี้
 
1.พระพุทธชินสีห์บูชา  ขนาดหน้าตักกว้าง 9 นิ้ว พระพุทธชินสีห์เป็นพระประธานในพระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร พุทธศิลป์สุโขทัย ที่งดงามที่สุดองค์หนึ่งของไทย คู่กับพระพุทธชินราช ในการสร้างครั้งนี้ จัดสร้างจำนวน 99 องค์ น้อมถวายเจ้าประคุณสมเด็จฯ เพื่อประทานผู้มีอุปการะคุณตามพระอัธยาศัย
 
2.พระกริ่งคชวัตร  เจ้าประคุณสมเด็จฯ ประทานอนุญาตให้จำลองจากพระพุทธรูปศิลปะเนปาล ที่พุทธศาสนิกชนชาวเนปาลถวาย เมื่อครั้งที่เสด็จประเทศเนปาล เพื่อทรงบรรพชาชาวศากยบุตร ในปี พ.ศ.2528 ซึ่งพระพุทธรูปดังกล่าวมีความเก่าแก่นับร้อยปี  มีความงดงามเป็นเลิศ และได้ประทานอนุญาตให้อัญเชิญนามสกุลในพระองค์ท่าน คือ " คชวัตร " ถวายเป็นนามพระกริ่ง เพื่อเป็นเกียรติแก่วงศ์สกุลในพระองค์สืบไป นับว่าทรงให้ความสำคัญกับพระกริ่งคชวัตร มาก
 
3.พระชัยวัฒน์คชวัตร พุทธศิลป์เหมือนกับพระกริ่งคชวัตร พระชัยวัฒน์ นิยมสร้างคู่กับพระกริ่ง แต่มีขนาดเล็กกว่ามาก มีความหมายถึง ชัยชนะ สมัยโบราณ ในการไปศึกสงคราม จะมีการนำพระชัยวัฒน์ติดตัวไปด้วยเสมอ ที่รู้จักกันโดยทั่วไป ได้แก่ พระชัยหลังช้าง สำหรับพระมหากษัตริย์ อัญเชิญไว้บนหลังช้างในขณะเสด็จออกศึก
 
4.ครอบน้ำมนต์คชวัตร เป็นครอบน้ำมนต์ที่มีศิลปะงดงาม สร้างตามอย่างครอบน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์โบราณ ของวัดบวรนิเวศวิหาร ภายในครอบน้ำมนต์ที่ฝามียันต์เทพชุมนุม มีความศักดิ์สิทธิ์ คือ เทพผู้ให้ความคุ้มครอง ยันต์ที่ก้นครอบน้ำมนต์ คือ ยันต์มหาพิชัยสมบัติ มีความศักดิ์สิทธิ์ด้านโชคลาภ ในสมัยโบราณเขียนยันต์นี้ใส่ไว้ที่ก้นบ่อน้ำ นำน้ำรดนา เจริญงอกงาม นำไปอาบมีโชคลาภมหาศาล ในครอบน้ำมนต์มีพระกริ่งคชวัตร เนื้อนวโลหะใส่ไว้หนึ่งองค์ ใต้ก้นพระกริ่งมียันต์มหาพิชัยสมบัติ ในทางความศักดิ์สิทธิ์นั้น นิยมว่าถ้านำพระกริ่งนี้แช่นำจะเกิดเป็นน้ำพระพุทธมนต์ เนื่องจากยันต์มหาพิชัยสมบัติเป็นยันต์ที่ศักดิ์สิทธิ์ เกิดโชคลาภมหาศาลปัองกันภยันตรายนานา
 
5.พระรูปเหมือนลอยองค์  สมเด็จพระญาณสังร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก จัดสร้างขึ้นครั้งนี้มี 2 แบบ ได้แก่
       แบบบูชา  มี   2   ขนาด  คือ หน้าตักกว้าง 5.9 นิ้ว  และ 4 นิ้ว  เนื้อสัตตโลหะ และ เนื้อทองเหลืองรมดำ ซึ่งประทานอนุญาตให้จัดสร้างขึ้นเป็นครั้งแรก
       แบบวัตถุมงคล  ได้แก่  พระรูปเหมือนลอยองค์ ขนาด 1.5 ซม. และ  1 ซม.  เนื้อทองคำ และ เนื้อนวะโลหะ
 
โลหะที่นำมาจัดสร้างและวัตถุมงคลที่บรรจุ
        ในการจัดสร้างวัตถุมงคลครั้งนี้ ได้นำโลหะชนวนพระกริ่งที่มีพิธีเททอง ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ตั้งแต่โบราณเป็นต้นมา ซึ่งได้แก่ ชนวนพระกริ่งปวเรศ  พระกริ่งไพรีพินาศ  พระกริ่งสุจิตโต  พระกริ่งบวรรังสี  พระกริ่งสุวัฑฒโน  ชนวนพระพุทธรูป ภปร.  พระพุทธรูปพระชินสีห์ เป็นต้น
        ภายในองค์พระกริ่ง พระรูปเหมือน ของสมเด็จฯ ทุกๆองค์ บรรจุเส้นพระเกศาของเจ้าประคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และมีหมายเลขพร้อมโค้ด กำกับ และสร้างจำนวนจำกัด
        ส่วนผสมของ นวะโลหะ มีทองคำผสมตามสูตรของวัดบวรนิเวศวิหาร ที่มีมาแต่โบราณ ซึ่งผิวจะกลับดำเป็นมันขลับ
        เจ้าประคุณสมเด็จพระญาณสังวรฯ ทรงลงอักขระในแผ่นทองคำ และคณาจารย์ทั่วประเทศ จำนวน 108 รูป ลงอักขระในแผ่นทอง เพื่อนำมาเป็นส่วนผสมในโลหะที่จัดสร้าง
        พิธีพุทธาภิเษกฯ วันที่ 26 กันยายน 2546 เวลา 15.19 น. สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จทรงเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และทรงจุดเทียนชัย ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร โดยมี พันตำรวจโท ทักษิณ   ชินวัตร  นายกรัฐมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส
 
นามพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์
        ชุดเดียวกับพระสงฆ์ที่เจริญชัยมงคลคาถาในพิธีเททองฯ
 
นามพระสงฆ์สวดพุทธาภิเษก
1.จากวัดสุทัศน์เทพวราราม
2.จากวัดนครสวรรค์
 
นามพระสงฆ์นั่งบริกรรม  เจริญจิตภาวนา
1.พระอุดมญาณโมลี                               วัดโพธิสมภรณ์ อุดรธานี
2.พระธรรมวิสุทธิกวี                                วัดโสมนัสวิหาร กรุงเทพฯ
3.พระเทพสุทธิมงคล (หลวงปู่ศรี  มหาวีโร)   วัดประชาคมวนาราม       ร้อยเอ็ด
4.พระเทพโมลี                                       วัดราชผาติการาม          กรุงเทพฯ
5.พระราชอุดมมงคล (หลวงพ่ออุตตมะ)       วัดวังวิเวการาม               กาญจนบุรี
6.พระภาวนาวิศาลเถระ (หลวงปู่บุญมี)         วัดสระประสานสุข           อุบลราชธานี
7.พระสุธรรมคณาจารย์ (หลวงปู่เหรียญ  วรลาโภ)   วัดอรัญบรรพต      หนองคาย
8.พระมงคลสุนทร (หลวงปู่โถม ) วัดธรรมปัญญาราม          สุโขทัย
9.พระศรีมงคล (หลวงพ่อทอง) วัดสำเภาเชย                ปัตตานี
10.พระมงคลวราจารย์ ( หลวงปู่ธีร์ ) วัดมิ่งเมืองพัฒนาราม      ขอนแก่น
11.พระครูปทุมชัยกิจ (หลวงปู่นะ )               วัดหนองบัว  ชัยนาท
12.พระครูธรรมรัตนวิสุทธิ์ ( หลวงปู่ทอง ) วัดจักรวรรดิราชาวาส       กรุงเทพฯ
13.พระครูธรรมรังษี (หลวงปู่ธรรมรังษี )        วัดเขาพนมดิน               สุรินทร์
14.พระครูสุภัทร์ศีลคุณ (ครูบาดวงดี )           วัดท่าจำปี                     เชียงใหม่
15.พระครูวิสุทธิบุญดิตถ์ ( หลวงพ่อนวล )  วัดประดิษฐาราม            ปัตตานี
16.พระครูวิบูลธรรมกิจ (หลวงพ่อบัวเกตุ )      วัดแม่ปาง แม่ฮ่องสอน
17.พระครูประทีปธรรมสถิต ( หลวงปู่ชอบ )   วัดเขารังเสือ                 ราชบุรี
18.พระครูนิพัทธ์ธรรมกิจ ( หลวงพ่อแคล้ว ) วัดบางขุนเทียนนอก        กรุงเทพฯ
19.พระครูวิจารณ์สมถกิจ (หลวงพ่อห้อย )      วัดป่าประชารังสรรค์        ศรีสะเกษ
20.พระครูนิภาวิหารกิจ ( หลวงพ่อดำ )          วัดใหม่นภาราม              นราธิวาส
21.พระครูปลัดประภักดิ์ วิสุทฺธสีโล วัดมหิงษสุวรรณนิมิต       ปัตตานี
22.พระครูสถิตวีรธรรม ( หลวงพ่อรอด )         วัดสันติกาวาส พิษณุโลก
23.พระครูนิวิฐมณีวงศ์ ( หลวงพ่อสอาด)       วัดเขาแก้ว นครสวรรค์
24.พระครูพิพัฒน์วิทยาคม ( หลวงพ่อเจริญ )   วัดโนนสว่าง อุดรธานี
25.พระครูกัลยาณกิจ                                 วัดสุขาวดี                   ปัตตานี
26.พระหลวงปู่สวน                                   วัดนาทม                     อุบลราชธานี
27.พระหลวงปู่จันทร์โสม วัดป่านาสีดา                  อุดรธานี
28.พระหลวงพ่อเอียด                                วัดโคกแย้ม                     พัทลุง
29.พระหลวงปู่โทน     วัดเขาน้อยคีรีวัน              ชลบุรี
30.พระหลวงปู่สอ  พนฺธุโล                          วัดเขาหนองแสง ยโสธร
31.พระหลวงพ่อเพี้ยน อคฺคธมฺโม วัดเกริ่นกฐิน                    ลพบุรี
32.พระหลวงพ่อประดับ  ปริญฺญาโน              วัดป่าประดับทรงธรรม         สกลนคร
33.พระหลวงพ่อโพธิ์                                   วัดคลองมอญ                ชัยนาท
34.พระอาจารย์ธรรมนูญ                              วัดมณีชลขันธ์                ลพบุรี
 
นามพระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา พิธีเททองหล่อพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร
                   พระกริ่ง – ชัยวัฒน์ – ครอบน้ำมนต์ คชวัตร
        
พระพุทธชินสีห์ พระรัศมีพระพุทธชินราช และ พระรูปเหมือน
                              19 มิถุนายน  2546
             ณ  พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร เวลา 17.49 น.
ในวโรกาสสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ทรงเจริญพระชนมายุ 90 พรรษา
1.สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว  อุปเสโณ)                วัดสระเกศ
2.สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (นิยม  ฐานิสฺสโร)           วัดชนะสงคราม
3.สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง  วรปุญฺโญ)      วัดปากน้ำ
4.สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (พุฒ  สุวฑฺฒโน)         วัดสุวรรณาราม
5.สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (ประจวบ   กนฺตาจาโร)       วัดมกุฎกษัตริยาราม
6.สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต  ถาวโร)                   วัดสัมพันธวงศาราม
7.พระญาณวโรดม (ประยูร  สนฺตงฺกโร)                    วัดเทพศิรินทราวาส
8.พระธรรมวโรดม (บุญมา  คุณสมฺปนฺโน)                 วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
9.พระวิสุทธาธิบดี (วีระ  ภทฺทจารี)                          วัดสุทัศนเทพวราราม
10.พระวิสุทธิวงศาจารย์ (พลอย  ญาณสํวโร)           วัดเทพธิดาราม
11.พระสาสโสภณ (อัมพร   อมฺพโร)                      วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
12.พระธรรมปัญญาจารย์ (สุพจน์  ปภสฺสโร)           วัดราชผาติการาม
13.พระธรรมเมธาจารย์ (คณิศร์  เขมวํโส)                 วัดบุณณศิริมาตยาราม
14.พระธรรมวิสุทธิกวี (พิจิตร  ฐิตวณฺโณ)                 วัดโสมนัสวิหาร
15.พระธรรมกวี (ลือชัย  คุณวุฑฺโฒ)                       วัดราชาธิวาส
16.พระธรรมสิทธิเวที (เสนาะ  ปญฺญาวชิโร)               วัดสระเกศ
17.พระธรรมกิตติเมธี (จำนง  ธมฺมจารี)                    วัดสัมพันธวงศาราม
18.พระธรรมวรเมธี (สุชิน  อคฺคชิโน)                        วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
19.พระเทพวิมลโมลี (เชิด  จิตฺตคุตฺโต)                     วัดสุทัศนเทพวราราม
 
              พิธีเททองฯ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จทรงประกอบพิธีด้วยพระองค์เอง ซึ่งจะเป็นครั้งสุดท้าย  โดยมี นายวิษณุ   เครืองาม  รองนายกรัฐมนตรี ปฎิบัติหน้าที่แทน พันตำรวจโท ทักษิณ   ชินวัตร นายกรัฐมนตรี  เป็นประธานฝ่ายฆราวาส
              มีพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนชาวไต้หวัน จำนวน 60 ท่าน นำโดย พระอาจารย์ซินเต้า  ต้าซือ   แห่งวัดหลิงจิวซาน มาร่วมพิธี
 
พระประวัติสมเด็จพระสังฆราช

 

สมเด็จพระญาณสังวร  สมเด็จพระสังฆราช  สกลมหาสังฆปริณายก

 

   เจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก(สุวฑฺฒนมหาเถร) เป็นชาวจังหวัดกาญจนบุรีมีพระนามเดิมว่าเจริญคชวัตรประสูติเมื่อวันที่๓ตุลาคมพ.ศ. ๒๔๕๖  เวลาประมาณ๐๔.๐๐น. เศษ(นับอย่างปัจจุบันเป็นวันที่๔ตุลาคม) ตรงกับวันศุกร์ขึ้น๔ค่ำเดือน๑๑ปีฉลูณตำบลบ้านเหนืออำเภอเมืองจังหวัดกาญจนบุรีพระชนกชื่อนายน้อยคชวัตรพระชนนีชื่อนางกิมน้อยคชวัตร

        บรรพชนของเจ้าพระคุณสมเด็จฯมีประวัติความเป็นมาน่าสนใจเพราะมาจาก๔ทิศทางกล่าวคือพระชนกมีเชื้อสายมาจากกรุงเก่าทางหนึ่งจากปักษ์ใต้ทางหนึ่งส่วนพระชนนีมีเชื้อสายมาจากญวนทางหนึ่งจากจีนทางหนึ่ง

        นายน้อยคชวัตรเป็นบุตรนายเล็กและนางแดงอิ่มเป็นหลานปู่หลานย่าของหลวงพิพิธภักดีและนางจีนหลวงพิพิธภักดีนั้นเป็นชาวกรุงเก่าเข้ามารับราชการในกรุงเทพฯได้ออกไปเป็นผู้ช่วยราชการอยู่ที่เมืองไชยาคราวหนึ่งและเป็นผู้หนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่๓ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ไปคุมเชลยศึกที่เมืองพระตะบองคราวหนึ่งหลวงพิพิธภักดีได้ภรรยาเป็นชาวไชยา๒คนชื่อทับคนหนึ่งชื่อนุ่นคนหนึ่งและได้ภรรยาเป็นชาวพุมเรียงอีกคนหนึ่งชื่อแต้มต่อมาเมื่อครั้งพวกแขกยกเข้าตีเมืองตรังเมืองสงขลาของไทยเมื่อพ.ศ. ๒๓๘๑  พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พระยาศรีพิพัฒน์(ทัดซึ่งต่อมาได้เป็นที่สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติในรัชกาลที่๔) เป็นแม่ทัพยกออกไปปราบปรามหลวงพิพิธภักดีได้ไปในราชการทัพครั้งนั้นด้วยและไปได้ภรรยาอีกหนึ่งชื่อจีนซึ่งเป็นธิดาของพระปลัดเมืองตะกั่วทุ่ง(สน) เป็นหลานสาวของพระตะกั่วทุ่งหรือพระยาโลหภูมิพิสัย(ขุนดำชาวเมืองนครศรีธรรมราช) ต่อมาหลวงพิพิธภักดีได้พาภรรยาชื่อจีนมาตั้งครอบครัวอยู่ในกรุงเทพฯและได้รับภรรยาเดิมชื่อแต้มจากพุมเรียงมาอยู่ด้วย(ส่วนภรรยาอีก๒คนได้ถึงแก่กรรมไปก่อน)

        เวลานั้นพี่ชายของหลวงพิพิธภักดีคือพระยาพิชัยสงครามเป็นเจ้าเมืองศรีสวัสดิ์กาญจนบุรีและมีอาชื่อพระยาประสิทธิสงคราม(ขำ) เป็นเจ้าเมืองกาญจนบุรีต่อมาหลวงพิพิธภักดีลาออกจากราชการและได้พาภรรยาทั้ง๒คนมาตั้งครอบครัวอยู่ที่เมืองกาญจนบุรี

        กล่าวกันว่าหลวงพิพิธภักดีนั้นเป็นคนดุเมื่อเป็นผู้ช่วยราชการอยู่ที่เมืองไชยาเคยเฆี่ยนนักโทษตายทั้งคาเป็นเหตุให้หลวงพิพิธภักดีเกิดสลดใจลาออกจากราชการแต่บางคนเล่าว่าเหตุที่ทำให้หลวงพิพิธภักดีต้องลาออกจากราชการนั้นก็เพราะเกิดความเรื่องที่ได้ธิดาพระปลัดเมืองตะกั่วทุ่งชื่อจีนมาเป็นภรรยานั่นเอง

        เมื่อพี่ชายคือพระพิชัยสงครามทราบว่าหลวงพิพิธภักดีอพยพครอบครัวมาอยู่ที่เมืองกาญจนบุรีก็ได้ชักชวนให้เข้ารับราชการอีกแต่หลวงพิพิธภักดีไม่สมัครใจและได้ทำนาเลี้ยงชีพต่อมา

        นายน้อยคชวัตรได้เรียนหนังสือตลอดจนได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ๒พรรษาอยู่ในสำนักของพระครูสิงคบุรคณาจารย์(สุด) เจ้าอาวาสวัดเทวสังฆาราม(วัดเหนือ) ซึ่งเป็นวัดใกล้บ้านพระครูสิงคบุรคณาจารย์นั้นเป็นบุตรคนเล็กของหลวงพิพิธภักดีกับนางจีนเป็นอาคนเล็กของนายน้อยเมื่อลาสิกขาแล้วนายน้อยได้เข้ารับราชการเป็นเสมียนสังกัดกระทรวงมหาดไทยที่เมืองกาญจนบุรีและได้แต่งงานกับนางกิมน้อยในเวลาต่อมา

        นางกิมน้อยมาจากบรรพชนสายญวนและจีนบรรพชนสายญวนนั้นได้อพยพเข้ามาเมืองไทยในสมัยรัชกาลที่๓เมื่อครั้งเจ้าพระยาบดินเดชา(สิงห์ต้นตระกูลสิงหเสนี) ยกทัพไปปราบจราจลเมืองญวนได้ครอบครัวญวนส่งเข้ามาถวายพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พวกญวนที่นับถือพระพุทธศาสนาไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่กาญจนบุรีเมื่อปลายปีพ.ศ. ๒๓๗๒  เพื่อทำหน้าที่รักษาป้อมเมืองส่วนพวกญวนที่นับถือศาสนาคริสต์ให้ไปตั้งบ้านเรือนอยู่กับพวกญวนเข้ารีดที่เมืองสามเสนในกรุงเทพฯบรรพชนสายญวนของนางกิมน้อยเป็นพวกญวนที่เรียกว่า“ญวนครัว”

        ส่วนบรรพชนสายจีนนั้นได้โดยสารสำเภามาจากเมืองจีนและได้ไปตั้งถิ่นฐานทำการค้าอยู่ที่กาญจนบุรี

        นางกิมน้อยเป็นบุตรีนายทองคำ(สายญวน) กับนางเฮงเล็กแซ่ตัน(สายจีน) เกิดที่ตำบลบ้านเหนืออำเภอเมืองกาญจนบุรีเมื่อแต่งงานกับนายน้อยแล้วได้ใช้ชื่อว่าแดงแก้วแต่ต่อมาก็กลับไปใช้ชื่อเดิมคือกิมน้อยหรือน้อยตลอดมา

        นายน้อยคชวัตรเริ่มรับราชการในตำแหน่งเสมียนแล้วเลื่อนขึ้นเป็นผู้รั้งปลัดขวาแต่ต้องออกจากราชการเสียคราวหนึ่งเพราะป่วยหนักหลังจากหายป่วยแล้วจึงกลับเข้ารับราชการใหม่เป็นปลัดขวาอำเภอวังขนายกาญจนบุรีต่อมาได้ย้ายไปเป็นปลัดอำเภออัมพวาจังหวัดสมุทรสงครามเกิดป่วยเป็นโรคเนื้อร้ายงอกจึงกลับมารักษาตัวที่บ้านกาญจนบุรีและได้ถึงแก่กรรมเมื่อมีอายุเพียง๓๘ปีได้ทิ้งบุตรน้อยๆให้ภรรยาเลี้ยงดู๓คนคือ

        ๑.  เจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช(เจริญคชวัตร)

        ๒.  นายจำเนียรคชวัตร

        ๓.  นายสมุทรคชวัตร(ถึงแก่กรรมแล้ว)

        สำหรับเจ้าพระคุณสมเด็จฯนั้นป้าเฮงผู้เป็นที่สาวของนางกิมน้อยได้ขอมาเลี้ยงตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์และทรงอยู่ในความเลี้ยงดูของป้าเฮงมาตลอดจนกระทั่งทรงบรรพชาเป็นสามเณรป้าเฮ้งได้เลี้ยงดูเจ้าพระคุณสมเด็จฯด้วยความถนุถนอมเอาใจเป็นอย่างยิ่งจนพากันเป็นห่วงว่าจะทำให้เสียเด็กเพราะเลี้ยงแบบตามใจเกินไป

        ชีวิตในปฐมวัยของเจ้าพระคุณสมเด็จฯนับว่าเป็นสุขและอบอุ่นเพราะมีป้าคอยดูแลเอาใจใส่อย่างถนุถนอมส่วนที่นับว่าเป็นทุกข์ของชีวิตในวัยนี้ก็คือความเจ็บป่วยออดแอดของร่างกายในเยาว์วัยเจ้าพระคุณสมเด็จฯทรงเจ็บป่วยออดแอดอยู่เสมอจนคราวหนึ่งทรงป่วยหนักถึงกับ        ญาติๆพากันคิดว่าคงจะไม่รอดและบนว่าถ้าหายป่วยจะให้บวชแก้บนเรื่องนี้นับเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้เจ้าพระคุณสมเด็จฯทรงบรรพชาเป็นสามเณรในเวลาต่อมา

        พระนิสัยของเจ้าพระคุณสมเด็จฯเมื่อเยาว์วัยนั้นอาจกล่าวได้ว่าเป็นบุพพนิมิตหรือเป็นสิ่งแสดงถึงวิถีชีวิตในอนาคตของพระองค์ได้อย่างหนึ่งกล่าวคือเมื่อทรงพระเยาว์พระนิสัยที่ทรงแสดงออกอยู่เสมอได้แก่การชอบเล่นเป็นพระหรือเล่นเกี่ยวกับการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเช่นเล่นสร้างถ้ำก่อเจดีย์เล่นทอดผ้าป่าทอดกฐินเล่นทิ้งกระจาดแม้ของเล่นก็ชอบทำของเล่นที่เกี่ยวกับพระเช่นทำคัมภีร์เทศน์เล็กๆตาลปัตรเล็กๆ(คือพัดยศเล็กๆ)

        พระนิสัยที่แปลกอีกอย่างหนึ่งของเจ้าพระคุณสมเด็จฯเมื่อเยาว์วัยคือทรงชอบเล่นเทียนเนื่องจากป้าต้องออกไปทำงานตั้งแต่ยังไม่สว่างเจ้าพระคุณสมเด็จฯจึงต้องพลอยตื่นแต่ดึกตามป้าด้วยแล้วไม่ยอมนอนต่อป้าจึงต้องหาของให้เล่นคือหาเทียนไว้ให้จุดเล่นเจ้าพระคุณสมเด็จฯก็จะจุดเทียนเล่นและนั่งดูเทียนเล่นอยู่คนเดียวจนสว่าง

        พระนิสัยในทางไม่ดีก็ทรงมีบ้างเช่นเดียวกับเด็กทั่วไปดังที่ทรงเคยเล่าว่าเมื่อเยาว์วัยก็ทรงชอบเลี้ยงปลากัดชนไก่และบางครั้งก็ทรงหัดดื่มสุราดื่มกระแช่ไปตามเพื่อนแต่พระนิสัยในทางนี้มีไม่มากถึงกับจะทำให้กลายเป็นเด็กเกเร

        เมื่อพระชนมายุได้๘ขวบเจ้าพระคุณสมเด็จฯจึงเริ่มเข้าโรงเรียนคือโรงเรียนประชาบาลวัดเทวสังฆารามซึ่งใช้ศาลาวัดเป็นโรงเรียนจนจบชั้นประถม๓เท่ากับจบชั้นประถมศึกษาในครั้งนั้นหากจะเรียนต่อชั้นมัธยมจะต้องย้ายไปเรียนที่โรงเรียนมัธยมวัดชัยชุมพลชนะสงคราม(วัดใต้) ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำจังหวัดสุดท้ายทรงตัดสินพระทัยเรียนต่อชั้นประถม๔ซึ่งจะเปิดสอนต่อไปที่โรงเรียนวัดเทวสังฆารามนั้นแล้วก็จะเปิดชั้นประถม๕ต่อไปด้วย(เทียบเท่าม.๑และม.๒แต่ไม่มีเรียนภาษาอังกฤษ) ในระหว่างเป็นนักเรียนทรงสมัครเป็นอนุกาชาดและลูกเสือทรงสอบได้เป็นลูกเสือเอกทรงจบการศึกษาชั้นประถม๕เมื่อพ.ศ. ๒๔๖๘  พระชนมายุ๑๒พรรษา

        หลังจากจบชั้นประถม๕แล้วทรงรู้สึกว่ามาถึงทางตันไม่รู้ว่าจะเรียนอะไรต่อและไม่รู้ว่าจะไปเรียนที่ไหนเพราะขาดผู้นำครอบครัวที่จะเป็นผู้ช่วยคิดช่วยแนะนำตัดสินใจทรงเล่าว่าเมื่อเยาว์วัยทรงมีพระอัธยาศัยค่อนข้างขลาดกลัวต่อคนแปลกหน้าและค่อนข้างจะเป็นคนติดป้าที่อยู่ใกล้ชิดกันมาแต่ทรงพระเยาว์โดยไม่เคยแยกจากกันเลยจึงทำให้พระองค์ไม่กล้าตัดสินพระทัยไปเรียนต่อที่อื่น

บรรพชาอุปสมบท

        ในปีรุ่งขึ้นคือพ.ศ. ๒๔๖๙  น้าชาย๒คนจะบวชเป็นพระภิกษุที่วัดเทวสังฆารามพระชนนีและป้าจึงชักชวนเจ้าพระคุณสมเด็จฯซึ่งขณะนั้นพระชนมายุย่าง๑๔พรรษาให้บวชเป็นสามเณรแก้บนที่ค้างมาหลายปีแล้วให้เสร็จเสียทีเจ้าพระคุณสมเด็จฯจึงตกลงพระทัยบวชเป็นสามเณรที่วัด         เทวสังฆารามในปีนั้น  โดยพระครูอดุลยสมณกิจ (ดีพุทธโชติ) เจ้าอาวาสวัดเทวสังฆาราม  ซึ่งเรียกกันว่า  “หลวงพ่อวัดเหนือ”เป็นพระอุปัชณาย์(สุดท้ายได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่พระเทพมงคลรังษี) พระครูนิวิฐสมาจาร(เหรียญสุวณณโชติ) เจ้าอาวาสสวัดศรีอุปลารามซึ่งเรียกกันว่า“หลวงพ่อวัดหนองบัว”เป็นพระอาจารย์ให้สรณะและศีล

        ก่อนที่จะทรงบรรพชาเป็นสามเณรเจ้าพระคุณสมเด็จฯไม่เคยอยู่วัดมาก่อนเพียงแต่ไปเรียนหนังสือที่วัดจึงไม่ทรงคุ้นเคยกับพระรูปใดในวัดแม้หลวงพ่อวัดเหนือผู้เป็นพระอุปัชณาย์ของพระองค์ก็ไม่ทรงคุ้นเคยมาก่อนความรู้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องวัดก็ไม่เคยมีมาก่อนเช่นกันนอกจากการไปวัดในงานเทศกาลการไปทำบุญที่วัดกับป้าและเป็นเพื่อนป้าไปฟังเทศน์เวลากลางคืนในเทศกาลเข้าพรรษาซึ่งที่วัดเหนือมีเทศน์ทุกคืนตลอดพรรษาทรงเล่าว่าถ้าพระเทศน์เรื่องชาดกก็รู้สึกฟังสนุกเมื่อถึงเวลาเทศน์ก็มักจะเร่งป้าให้รีบไปฟังแต่ถ้าพระเทศน์ธรรมะก็ทรงรู้สึกว่าไม่รู้เรื่องและเร่งป้าให้กลับบ้านกล่าวได้ว่าเจ้าพระคุณสมเด็จฯเมื่อทรงพระเยาว์นั้นแทบจะไม่เคยห่างจากอกของป้าเลยยกเว้นการไปแรมคืนในเวลาเป็นลูกเสือบ้างเท่านั้นในคืนวันสุดท้ายก่อนที่จะทรงบรรพชาเป็นสามเณรนั้นป้าพูดว่า“คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายที่จะอยู่ด้วยกัน”ซึ่งก็เป็นความจริงเพราะหลังจากทรงบรรพชาเป็นสามเณรแล้วก็ไม่ทรงมีโอกาสกลับไปอยู่ในอ้อมอกของป้าอีกเลยจนกระทั่งป้าเฮงถึงแก่กรรมเมื่อพ.ศ. ๒๕๐๗
      กล่าวได้ว่าชีวิตพรหมจรรย์ของเจ้าพระคุณสมเด็จฯนั้นเริ่มต้นจากการบวชแก้บนเมื่อทรงบรรพชาแล้วก็ทรงอยู่ในความปกครองของหลวงพ่อวัดเหนือและทรงเริ่มคุ้นเคยกับหลวงพ่อมากขึ้นเป็นลำดับ

      พรรษาแรกแห่งชีวิตพรหมจรรย์ณวัดเทวสังฆารามเจ้าพระคุณสมเด็จฯ  ยังไม่ได้เล่าเรียนอะไรมีแต่ท่องสามเณรสิกขา(คือข้อพึงปฏิบัติสำหรับสามเณร) และท่องบททำวัตรสวดมนต์เท่านั้นส่วนกิจวัตรก็คือการปฏิบัติรับใช้หลวงพ่อผู้เป็นพระอุปัชฌาย์มีสิ่งหนึ่งที่หลวงพ่อสอนในระหว่างที่ทำอุปัชฌาย์วัตร(คือการปฏิบัติรับใช้พระอุปัชฌาย์) ก็คือการต่อเทศน์แบบที่เรียกกันว่าต่อหนังสือค่ำอันเป็นวิธีการเรียนการสอนอย่างหนึ่งในสมัยโบราณกล่าวคือเมื่อเข้าไปทำอุปัชฌาย์วัตรในตอนค่ำมีการบีบนวดเป็นต้นหลวงพ่อก็จะอ่านเทศน์ให้ฟังคืนละตอนแล้วท่องจำตามคำอ่านของท่านทำต่อเนื่องกันไปทุกคืนจนจำได้ทั้งกัณฑ์กัณฑ์เทศน์ที่หลวงพ่อต่อให้คือเรื่องอริยทรัพย์๗ประการเมื่อทรงจำได้คล่องแล้วหลวงพ่อก็ให้ขึ้นเทศน์ปากเปล่าให้ญาติโยมฟังในโบสถ์คืนวันพระวันหนึ่งในพรรษานั้นหลังจากเทศน์ให้ญาติโยมฟังแล้วเจ้าพระคุณสมเด็จฯยังทรงบันทึกเทศน์กัณฑ์นี้ไว้ในสมุดบันทึกส่วนพระองค์ด้วย

 

   
 
                 

หน้าแรก  |  สินค้า  |  เว็บบอร์ด  |  เกี่ยวกับเรา  |  บทความ  |  วิธีการชําระเงิน  |  ติดต่อเรา  |  Sitemap
© 2001- . TARAD.com. All Rights Reserved.
//