เข้าสู่ระบบ!!
หน้าแรก สินค้า เว็บบอร์ด เกี่ยวกับเรา บทความ วิธีการชําระเงิน ติดต่อเรา
ภาษาไทย
 
Mobile    
ค้นหา:
  รถเข็น
สถิติของเวบไซต์
 
 
เปิดเวบเมื่อ 02/07/2550
ปรับปรุงเวบเมื่อ 20/11/2562
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 5027
1000159000315
 

หมวดหมู่สินค้า/บริการ
 
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (5027)
 พระพุทธชินสีห์
พระศาสดา
 พระไพรีพินาศ
 พระนิรันตราย
 พระแก้วมรกต
 สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์
 สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์
 สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส
 สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช
 เนื้อทองคำ
 พระผง
 พระบูชา
 พระเครื่องสมเด็จพระวันรัต (จุนท์ )
 ในหลวง
 พระนางพญา
 หนังสือ
 พระประจำวันเกิด
 พระเครื่องของวัดอื่น ๆ
 พระพิฆเนษ
 จตุคามรามเทพ
 โบว์ชัวร์พระเครื่อง
 พระเกจิอาจารย์
 บาตรน้ำมนต์
 พระสมเด็จสุคโต
 พระแก้วมรกต
 พระโชว์
 พระสวยแชมป์ ติดรางวัลงานประกวดต่างๆ
 อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์
 วัตถุมงคลคุ้มเกล้า พระกริ่งศิรากาศ
 เหรียญสนทนาธรรม
 เหรียญสมเด็จพระญาณสังวร
อุปกรณ์ กล้องส่องพระ
สิ่งมงคลสักการะ รุ่น ๑ ศตวรรษ พระสังฆราช
 พระสมเด็จอรหัง ปี 2519
 พระกริ่งอุดมสมบูรณ์ (กริ่งปุ้มปุ้ย)
 ศึกษาและสะสม
 พระกริ่งนิรันตราย - พระไพรีพินาศ
 เหรียญทรงผนวชทุกรุ่น
 พระกริ่ง ๗ รอบ สมเด็จพระญาณสังวร
 วัตถุมงคลรุ่น ๘๐ พรรษา สมเด็จพระญาณสังวร
 พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์ ปวเรศ ปี 2530
 พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์ วัดตรีทศเทพ ปี 2530
 พระกริ่งโภคทรัพย์ วัดบวรนิเวศวิหาร ปี 2535
 พระชินสีห์ ภปร. ทนฺโต เสฏฺโฐ (ผสมพระทนต์ในหลวง)
 พระนิรันตราย รุ่น สนง.ตำรวจแห่งชาติสร้าง
 วัตถุมงคล รุ่น ๕ รอบ สมเด็จพระญาณสังวร ปี ๒๕๑๖
 พระพุทธชินราช รุ่น รักแผ่นดินเกิด
 พระสมเด็จนางพญา สก. ๕ รอบ พระราชินี
 เหรียญบาตรน้ำมนต์ ปี 2523
 สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน) พระองค์ที่ ๑๘
 พระพุทธชินราช รุ่นรักแผ่นดินเกิด
 พระกริ่งสุวัฑฒโน รุ่นแรก 2521
 พระกริ่งไพรีพินาศและกริ่งนวปทุม ปี ๒๕๓๕
 พระกริ่งไพรีพินาศ วัดบวรนิเวศวิหาร รุ่นผ้าป่าสิงห์
 เหรียญหนึ่งในสยาม หลังสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ปี ๒๕๑
 เหรียญสมเด็จพระสังฆราช รุ่น 600 ปี วัดเจดีย์หลวง
 พระกริ่งวชิรมงกุฏ พ.ศ. 2511
 สิ่งมงคลสักการะ ชุด 99 พระชันษา สมเด็จพระญาณสังวร
 พระกริ่งภูริทัตโต พ.ศ. ๒๕๒๐
 เหรียญสมเด็จพระญาณสังวร รุ่น ครบรอบ ๑ ปี การสภาปนา
 กริ่ง ๘ รอบ ๙๖ พรรษา สมเด็จพระญาณสังวรฯ
 พระกริ่งโสฬส มปร. วัดราชประดิษฐ พ.ศ.๒๕๑๕
 รูปเหมือนสมเด็จพระญาณสังวร ทุกต่างๆ
 พระกริ่งนิรันตราย วัดบวรนิเวศวิหาร ปี 2538
 พระกริ่งยอดแก้ว สมเด็จพระสังฆราช 92 พรรษา 2548
 วัตถุมงคลรุ่น ๘ รอบ ๙๖ พรรษา สมเด็จพระสังฆราช ๒๕๕๒
 เหรียญที่ระลึกครบ 1 ปี การสถาปนาฯ สมเด็จพระสังฆราช
 พระรูปเหมือน สมเด็จพระญาณสังวร รุ่นแรก ปี 2531
 พระกริ่งไพรีพินาศ รุ่นเขาค้อ พ.ศ. 2520
 เหรียญพระมหาชนก พิมพ์ใหญ่ และพิมพ์เล็ก
 จองพระ
 เหรียญพระนเรศวรมหาราช
 พระพรหมมุนี (ผิน สุวโจ) วัดบวรนิเวศวิหาร
 

บริการของร้านค้า
 
หน้าแรก
สินค้า
เว็บบอร์ด
เกี่ยวกับเรา
บทความ
วิธีการชําระเงิน
ติดต่อเรา
แจ้งการชำระเงิน
 

จดหมายข่าว
 
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ
 

เว็บลิงค์
 
พระสมเด็จศาสดา รุ่นแรก วัดบวรนิเวศวิหาร
พระกริ่งปวเรศ รุ่นแรก วัดบวรนิเวศวิหาร
พระกริ่งฉลองพระชนมายุครบ 7 รอบ 84 พรรษา สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์
พระกริ่งไพรีพินาศ วัดบวรนิเวศวิหาร 2528
พระกริ่งพุทธนิมิตที่ระลึกรับสถาปนาเป็นสมเด็จพระวันรัต 5 ธันวาคม 2552
วิธีบูชาพระไพรีพินาศให้เกิดผล
ประวัติพระ ภปร. พ.ศ.2508 วัดบวรนิเวศวิหาร
พระกริ่งปวเรศ ปี 2530 วัดบวรนิเวศวิหาร
พระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศ ลำดับที่ ๑
พระประวัติสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ลำดับที่ ๒
พระประวัติสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ลำดับที่ ๓
พระประวัติสมเด็จพระสังฆราช เจ้า กรมหลวงวชิรญาณววศ์ เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ลำดับที่ ๔
ประวัติพระพรหมมุนี (ผิน สุวโจ) เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ลำดับที่ ๕
พระประวัติสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ลำดับที่ ๖
งานฉลองพระชันษา ๙๖ ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ๓ ตุลาคม ๒๕๕๒
พระปั้นหย่า พระตำหนักที่ในหลวงทรงประทับ ขณะทรงผนวช
พระตำหนักของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ประทับ ขณะดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร
ตำหนักบัญจบเบญจมา สถานที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์
ต้นสักที่ในหลวงทรงปลูกขณะทรงผนวช ปี ๒๔๙๙
 

Ẻͺ͹Ź
 
 







เพิ่มอีกช่องทางสำหรับการติดต่อกันครับ.... 1. ไลน์ ID : pm_petch  2. กลุ่ม Facebook  : พระเครื่องวัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดสินค้า/บริการ
สินค้า/บริการ >> พระเครื่องสมเด็จพระวันรัต (จุนท์ ) >> พระอวโลกิเตศวร (กวนอิม) พระเทพกวี (จุนท์ พรหฺมคุตฺโต) จัดสร้างในวาระครบวาระ ๕ รอบ (เช่ายูชาไปแล้ว)

พระอวโลกิเตศวร (กวนอิม) พระเทพกวี (จุนท์ พรหฺมคุตฺโต) จัดสร้างในวาระครบวาระ ๕ รอบ (เช่ายูชาไปแล้ว) - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่
พระอวโลกิเตศวร (กวนอิม) พระเทพกวี (จุนท์ พรหฺมคุตฺโต) จัดสร้างในวาระครบวาระ ๕ รอบ (เช่ายูชาไปแล้ว)








  Tell a Friend
พระอวโลกิเตศวร (กวนอิม) พระเทพกวี (จุนท์ พรหฺมคุตฺโต) จัดสร้างในวาระครบวาระ ๕ รอบ (เช่ายูชาไปแล้ว) - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

พระอวโลกิเตศวร (กวนอิม) พระเทพกวี (จุนท์ พรหฺมคุตฺโต) จัดสร้างในวาระครบวาระ ๕ รอบ (เช่ายูชาไปแล้ว) - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

พระอวโลกิเตศวร (กวนอิม) พระเทพกวี (จุนท์ พรหฺมคุตฺโต) จัดสร้างในวาระครบวาระ ๕ รอบ (เช่ายูชาไปแล้ว) - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

พระอวโลกิเตศวร (กวนอิม) พระเทพกวี (จุนท์ พรหฺมคุตฺโต) จัดสร้างในวาระครบวาระ ๕ รอบ (เช่ายูชาไปแล้ว) - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

พระอวโลกิเตศวร (กวนอิม) พระเทพกวี (จุนท์ พรหฺมคุตฺโต) จัดสร้างในวาระครบวาระ ๕ รอบ (เช่ายูชาไปแล้ว) - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

พระอวโลกิเตศวร (กวนอิม) พระเทพกวี (จุนท์ พรหฺมคุตฺโต) จัดสร้างในวาระครบวาระ ๕ รอบ (เช่ายูชาไปแล้ว)

รหัสสินค้า: 003645
(เช่ายูชาไปแล้ว)
รายละเอียด:

  พระอวโลกิเตศวร (กวนอิม) พระเทพกวี (จุนท์ พรหมฺมคุตฺโต) ปัจจุบันได้รับสถาปนาเป็น สมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร เนื้อทองคำ หนัก 22 กรัม ด้านหลังมังกร งามแบบมีเอกลักษณ์ ดุจดังเทพในสรวงสวรรค์ จัดสร้างในคราววาระครบ ๕ รอบ เมื่อครั้งยังเป็นสมณศักดิ์ที่ พระเทพกวี พ.ศ.๒๕๓๙ มาพร้อมกล่องเดิมๆ

  สำหรับศิษย์เจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัต ที่ชอบพระที่ท่านสร้างมาแล้วนาน ๆ หายากๆ ก้อไม่ควรจะพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ

ประวัติสมเด็จรพระวันรัต 

สมเด็จพระวันรัต มีนามเดิมว่า จุนท์ พราหมณ์พิทักษ์ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2479 ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 11 ปีชวด ณ บ้านเกาะเกตุ ต.ชำราก อ.เมือง จ.ตราด โยมบิดา-มารดา ชื่อ นายจันทร์และนางเหล็ย พราหมณ์พิทักษ์ ท่านสำเร็จการศึกษาชั้นประถมปีที่ 4 จากโรงเรียนวัดคิรีวิหาร ต.ชำราก อ.เมือง จ.ตราด จากนั้น ได้เข้าพิธีบรรพชา เมื่อวันจันทร์ที่ 12 พฤษภาคม 2491 ณ วัดคิรีวิหาร ต.ชำราก อ.เมือง จ.ตราด โดยมี พระวินัยบัณฑิต เป็นพระอุปัชฌาย์ กระทั่งอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ ได้เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม 2499 ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร โดยมี สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ (ม.ร.ว.ชื่น สุจิตโต) เป็นพระอุปัชฌาย์, พระวินัยบัณฑิต (ถาวร ฐานุตตโร) วัดคิรีวิหาร จ.ตราด เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูวิสุทธิธรรมภาณ (แจ่ม ธัมมสาโร) เป็นพระอนุสาวนาจารย์ หลังอุปสมบท ได้ศึกษาพระปริยัติธรรม จนสอบได้ประโยคเปรียญธรรม 9 ประโยค จากสำนักเรียนวัดบวรนิเวศวิหาร

ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ วันที่ 15 พฤศจิกายน 2551 สมเด็จพระวันรัต ขณะดำรงสมณศักดิ์ที่ พระพรหมมุนี ได้ปฏิบัติหน้าที่พระเถระชั้นผู้ใหญ่ นั่งพระเสลี่ยงกลีบบัว (พระยานมาศพระนำ) และราชรถน้อย (รถพระนำ) อ่านพระอภิธรรมนำขบวนพระอิสริยยศ ในการเคลื่อนพระศพ จากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทสู่พระเมรุ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

รวมทั้งในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี วันที่ 9 เมษายน 2555 สมเด็จพระวันรัต ได้ปฏิบัติหน้าที่พระเถระชั้นผู้ใหญ่ นั่งพระเสลี่ยงกลีบบัว (พระยานมาศพระนำ) และราชรถน้อย (รถพระนำ) อ่านพระอภิธรรมนำขบวนพระอิสริยยศ ในการเคลื่อนพระศพ จากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท สู่พระเมรุ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวงอีกวาระหนึ่ง

ส่วนภาระหน้าที่พิเศษ ยากที่จะหาผู้ใดทำหน้าที่นี้ได้ในยุคปัจจุบัน คือ การที่ได้รับมอบหมายจากเถรสมาคมเป็นผู้ตรวจสอบการคำนวณปฏิทินหลวง (ปฏิทินจันทรคติของไทย) และให้ความเห็น ก่อนที่จะประกาศใช้ ในแต่ละปี นอกจากนี้ยังเดินหมุดและคำนวณปฏิทินปักขคณนาสำหรับวันลงอุโบสถให้กับคณะสงฆ์ธรรมยุตด้วย

วิทยฐานะ

  • พ.ศ. 2491 สำเร็จวิชาสามัญศึกษา (ป.4) จากโรงเรียนวัดคิริวิหาร ตำบลชำราก อำเภอเมือง จังหวัดตราด
  • พ.ศ. 2495 สอบได้ประโยค น.ธ. เอก ในสนามหลวงสำนักเรียนวัดบวรนิเวศวิหาร
  • พ.ศ. 2515 สอบได้ประโยค ป.ธ.9 ในสนามหลวงสำนักเรียนวัดบวรนิเวศวิหาร

ตำแหน่งงานปกครองคณะสงฆ์

  • เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร
  • เป็นกรรมการวัดบวรนิเวศวิหาร
  • เป็นครูสอนพระปริยัติธรรม สำนักเรียนวัดบวรนิเวศวิหาร
  • เป็นผู้อำนวยการศึกษา สำนักเรียนวัดบวรนิเวศวิหาร
  • เป็นเจ้าคณะขาบบวร-เขียวบวร
  • เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.)
  • เป็นกรรมการเถรสมาคมธรรมยุต
  • เป็นเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร-สมุทรปราการ (ธรรมยุต)
  • เป็นอนุกรรมการฝ่ายการปกครอง ของมหาเถรสมาคม
  • เป็นพระอุปัชฌาย์
  • เป็นกรรมการสนามหลวง แผนกบาลี
  • เป็นแม่กองธรรมสนามหลวง
  • เป็นกรรมการฝ่ายศาสนศึกษา ของมหาเถรสมาคม
  • เป็นรองประธานกรรมการฝ่ายศาสนศึกษา ของมหาเถรสมาคม
  • เป็นผู้อำนวยการมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย
  • กรรมการฝ่ายศาสนศึกษา ของมหาเถรสมาคม
  • ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดมกุฏกษัตริยารามและ วัดตรีทศเทพและวัดบวรนิเวศวิหาร
  • เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต
  • พ.ศ. 2556 เป็นคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

หน้าที

  • เป็นผู้ตรวจสอบการคำนวณปฏิทินหลวง (ปฏิทินจันทรคติของไทย) และให้คำแนะนำ ก่อนประกาศใช้ในแต่ละปี
  • เป็นกรรมการชำระพระไตรปิฎก ฉบับเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ 60 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
  • เป็นกรรมการชำระอรรถกถา ฉบับเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ 60 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
  • เป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
  • เป็นผู้แสดงพระธรรมเทศนา ในการทรงบำเพ็ญพระราชกุศล, งานพระราชพิธีฯ ในบางโอกาส
  • เป็นผู้ถวายการสอนพระธรรมวินัยแด่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในคราวผนวช เสด็จประทับ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร
  • เป็นกรรมการกองตำรามหามกุฏราชวิทยาลัย
  • เป็นหัวหน้ากองตำรามหามกุฏราชวิทยาลัย
  • เป็นกรรมการมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย
  • เป็นประธานคณะกรรมการตำราและวิชาการ มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย
  • สนองงานถวายเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวรฯ ที่ได้รับพระบัญชาในบางโอกาส

งานพิเศษ

  • พ.ศ. 2541 - ตรวจการณ์คณะสงฆ์ภาค 3 (ธรรมยุต) ในจังหวัดสิงห์บุรี, อุทัยธานี,ลพบุรี
  • พ.ศ. 2541 - ตรวจการณ์คณะสงฆ์ภาค 7 (ธรรมยุต) ในจังหวัดเชียงใหม่
  • พ.ศ. 2543 - ตรวจการณ์คณะสงฆ์ภาค 12 (ธรรมยุต) ในจังหวัดจันทบุรี,ตรวจการณ์คณะสงฆ์ภาค 13 (ธรรมยุต) ในจังหวัดปราจีนบุรี
  • พ.ศ. 2545 - ตรวจการณ์คณะสงฆ์ภาค 8 (ธรรมยุต),รักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี (ธรรมยุต)

ลำดับสมณศักดิ์

  • พ.ศ. 2517 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็น พระราชาคณะ ชั้นสามัญ ที่ พระอมรโมลี
  • พ.ศ. 2531 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็น พระราชาคณะ ชั้นราช ที่ พระราชสุมนต์มุนี
  • พ.ศ. 2535 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็น พระราชาคณะ ชั้นเทพ ที่ พระเทพกวี
  • พ.ศ. 2541 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็น พระราชาคณะ ชั้นธรรม ที่ พระธรรมกวี
  • พ.ศ. 2543 ได้รับพระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์เป็น พระราชาคณะ เจ้าคณะรอง ชั้นหิรัญบัฏ ที่ พระพรหมมุนี
  • พ.ศ. 2552 ได้รับพระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์เป็น สมเด็จพระราชาคณะ ชั้นสุพรรณบัฏ ที่ สมเด็จพระวันรัต

 

 

ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวสวิหาร พ.ศ. ๒๕๕๖

 

 
 
 
 
 
พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ หรือพระกวนอิมพู่สัก
 
แปลโดยเสถียร โพธินันธะ
 
ในพระอมิตาภะสูตร ของมหายาน กล่าวถึงสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า พระองค์ได้ทรงตรัสแก่พระสารีบุตรเถระ มีใจความย่อๆ ดังนี้
 
"จำเดิมเป็นเวลาล่วงมาถึง 10 กัปป์แล้ว ไม้มีพระพุทธอมิตาภะทรงประทับอยู่ ณ แดนสุขาวดีทางทิศปัจฉิม พระพุทธอักโษภัยทางทิศบูรพา พระพุทธรัตนสมภพทางทิศทิกษิณ พระพุทธอโมฆสิทธิ์ทางทิศอุดร พระพุทธไวโรจน์อยู่ศูนย์กลาง ฯลฯ พระพุทธเจ้าเหล่านั้นล้วนเป็นพระฌานีพุทธ(ไม่เสด็จมาตรัสรู้ในโลกมนุษย์อีก) และยังประกอบด้วยพระฌานีโพธิสัตว์อีกเป็นจำนวนมากที่ไม่สมัครเข้าสู่พุทธภูมิทรงตั้งปณิธานขอโปรดสัตว์ในไตรภูมิต่อไป"
 
บรรดาพระโพธิสัตว์องค์สำคัญๆ ของพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน ปรากฏว่าพระอวโลกิเตศวรมีผู้เคารพนับถือมากที่สุด เพราะเชื่อกันว่าพระองค์เป็นผู้ทรงไว้ด้วยพระมหากรุณาอันกว้างไพศาลในอันที่จะโปรดสัตว์โลกที่ได้รับความทุกข์ ชาวจีนเรียกพระองค์ว่า "กวนซืออิมพู่สัก" หรือ กวนจื่อจ๋ายพู่สัก (เป็นปางที่อวตารมาเป็นกษัตริย์จันทราภานุแห่งอาณาจักรศรีวิชัย และต่อมาได้เป็นจตุคามรามเทพที่กำลังโด่งดังในขณะนี้ เวปมาสเตอร์) ชาวพุทธศาสนิกชนเคารพบูชาพระปฏิมาหรือภาพของพระองค์อย่างแพร่หลายด้วยความศรัทธา เนื่องด้วยพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ทรงมีวทัญญู (ความเมตตากรุณาธิคุณ) คอยปลดเปลื้องทุกข์ภัยของสรรพสัตว์ พระองค์จึงได้รับพระนิมิตตกนาม (นามที่มาจากลักษณะและคุณสมบัติ) ตามภาษาจีน เรียกว่า กวนอิมพู่สัก มีความหมายดังคำอธิบายต่อไปนี้
 
กวน ได้แก่ การพิจารณาสอดส่อง
อิม ได้แก่ การสดับตรับฟังเสียงสรรพสัตว์เพื่อช่วยปลดเปลื้องทุกข์
 
กวนอิมพู่สัก จึงหมายถึง พระโพธิสัตว์ที่มีพระกรรณาธานโลกาศัพท์ (พระโพธิสัตว์ที่คอยสดับตรับฟังเสียงความทุกข์สุขของชาวโลก)
จากคัมภีร์กรุณาปุรฑริกสูตร กล่าวไว้ว่า พระอวโลกิเตศวร เป็นพระธรรมกายโพธิสัตว์ สูงกว่าพระโพธิสัตว์ชั้นสามัญอื่นๆ เป็นผู้มีเอกชาติหรือยังคงมีปฏิพัทธะเกี่ยวข้องกับความเกิดเพียงชาติเดียว และจักเป็นผู้ตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาน หลังกจาการปรินิพพานของพระอมิตาภะพุทธเจ้า รับช่วงเป็นองค์พุทธเจ้าต่อพระอมิตาภะพุทธเจ้า ณ แดนสุขาวดีพุทธเกษตร พระองค์ทรงเป็นผู้มีคุณธรรม เกือบเต็มบริบูรณ์เทียบเท่ากับพระพุทธเจ้าทั้งหลายทั่วทศทิศ ตามพระอวโลกิเตศวร 
สมาธิสูตร อ้างว่า พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์แท้จริงเป็นพระสัมมาธรรมวิทยาพุทธ แบ่งภาคร่างมาเพื่อโปรดสัตว์ หมายความว่าทรงบรรลุโพธิญานแล้วแต่อดีตกาล (พระศากยมุณีพุทธเจ้าปัจจุบันเคยเป็นสิทธิวิหาริกของพระองค์) แต่เพราะเหตุว่าพระองค์ยังประกอบด้วยพระเมตตากรุณาที่ยิ่งใหญ่จึงทรงอวตารแบ่งภาคเป็นพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ลงมาโปรดสัตว์ 
พระสูตรของระหัสยาน กล่าวถึงพระอวโลกิเตศวรว่า เป็นอวตารของพระอมิตาภะพุทธเจ้า(พระอมิตาภะเป็นภาวะเดิม และพระอวโลกิเตศวรเป็นสัทธรรมกาย) หากมีปัญหาถามว่าที่ประทับของพระองค์อยู่ ณ ที่แห่งหนใด ตอบได้ว่าพระองค์ทรงปรากฏพระกายได้ทั่วทุกหนแห่งที่มีสัตว์ตกอยู่ในห้วงทุกข์ แต่ในอมิตายุรธยานสูตร พระสถามปราบโพธิสัตว์และพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ เป็นอัครสาวก ดำรงตำแหน่งดุจปลัดซ้ายขวาของพระอมิตาภะพุทธเจ้า และคอยช่วยเหลือพระอมิตาภะพุทธเจ้าในการโปรดสัตว์ ประทัยอยู่ ณ แดนสุขาวดีโลกธาตุ จากพุทธาวตังสกะมหา-ไวปุลยสูตรระบุว่า ที่ประทับ พระอวโลกิเตศวร อยู่ ณ เกาะกลางทะเลทางทิศใต้ของประเทศอินเดีย เรียกที่นั้นว่า ภูเขาโปตละ
ตามคติฝ่ายมหายานว่า เมื่อพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ จะเสด็จไปโปรดท้าวพระยามหากษัตริย์ พระองค์ก็นิรมิตกายเป็นเมธาติมานพ ทรงเครื่องภูษามาลามหากษัตริย์ ถนิมอลังการสว่ากว่าพระมหากษัตริย์พระองค์นั้น หากพระจะเสด็จไปโปรดพระยายักษ์พระยามาร พระองค์ก็สำแดงกายมีจัตุหัสถ์ (สี่มือ) บางครั้งมีพระสหัสสหัตถสหัสสเนตร (พันมือพันตา) ประกอบด้วยเดโชพลเป็นที่น่าครั่นคร้าม ถ้าพระองค์เสด็จไปโปรดท้าวนางพระยาและบรรดาสตรีเพศ ก็จำแลงพระองค์เป็นสตรีอันทรงอิตถีรูป ทรงสมรรถณะเป็นที่น่าอภิวันท์ ต่างๆ เหล่านี้เป็นต้น พระองค์อาศัยความเหมาะสมตามกาละเทศะ เพื่อประโยชน์เกี่ยวกับการอบรมสั่งสอน พระสูตรบางเล่มอธิบายว่า หากบุคคลใดจะเป็นบุรุษหรือสตรีก็ตาม เมื่อระลึกถึงพระองค์ด้วยความเลื่อมใสอ้อนวอนขอให้พระองค์ช่วยเหลือ พระองค์จะแผ่พระเมตตากรุณามาปลดเปลื้องทุกขภัยของผู้นั้นสมประสงค์
ปัจจุบันเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับเพศของพระอวโลกิเตศวรว่าเป็นชายหรือหญิง เพราะชนชาวจีนทั่วไปนิยมบูชาพระปฏิมาพระโพธิสัตว์พระองค์นี้เป็นรูปสตรี และเรียกว่า "กวนอิมเนี้ย" คำว่าเนี้ยระบุชัดแจ้งว่าเป็นสตรีเพศ 
จากประวัติศาสตร์จีนบันทึกว่า ก่อนราชวงศ์ถัง ซ้องผู้มีศิลปการปั้น วาดดภาพ และสลัก นิยมรูปลักษณะของพระกวนอิมมาก และสร้างตามศิลปเดิมที่รับมาจากประเทศอินเดีย คือเป็นรูปมหาบุรุษ ประดับด้วยอลังการวิษิตภรณ์อย่างกษัตริย์อินเดียโบราณทั้งสิ้น แม้รูปปฏิมา ที่สร้างขึ้นในประเทศอินเดียเองก็เป็นรูปมหาบุรุษเช่นกัน 
ภายหลังยุคราชวงศ์หงวน พุทธศาสนิกชนจีนเข้าใจผิดคิดว่าพระกวนอิมนั้นก็คือพระนางเมี่ยวซัน ซึ่งเป็นพระราชธิดาของกษัตริย์จีนเมี่ยวจัง และอีกสาเหตุหนึ่งที่นิยมสร้างพระปฏิมาเป็นรูปสตรี เนื่องจากปณิธานของพระอวโลกิเตศวรต้องการโปรสัตว์ทุกภพภูมิและทรงเสด็จมาโปรสัตว์ตามสภาวะรูปแห่งสัตว์นั้นๆ ดังปรากฏในคัมภีร์สัทธรรมปุณฑริกสูตร 
ความตั้งใจของผู้สร้างปฏิมาสตรีสมัยนั้นคงจะได้พิจารณาเห็นว่าสตรีเพศเป็นเพศมารดาเป็นสัญญสักษณ์แห่งความเมตตาปรานีซึ่งซาบซึ้งกว่าบุรุษเพศ เช่นความรักของมารดาที่แสดงต่อบุตรย่อมีความประณีตกว่า เห็นได้ชัดแจ้งกว่าความรักของบิดา ด้วยบิดาเป็นชายย่อมต้องดำรงไว้ในความเข้มแข็งองอาจ เหตุผลข้อหลังนี้รู้สึกจะเป็นสาเหตุสำคัญมากของการสร้างปฏิมาพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์เป็นสตรีเพศ
อย่างไรก็ตามปฏิมาของพระอวโลกิเตศวร หากจะสร้างให้ถูกคุณลักษณ์แล้วช่างผู้สร้างต้องพยายามใช้ความสามารถในการสร้างเพื่อดึงดูดผู้บูชาให้เกิดความซาบซึ้งศรัทธาในพระปัญญาธิคุณ พระสันติคุณ และพระกรุณาธิคุณ สิ่งทั้ง 3 ประการต้องแสดงออกจากพระพักตร์และพระเนตรขององค์พระปฏิมา จึงจัดว่าสร้างถูกต้องตรงตามคุณลักษณะโพธิสัตว์ 
ผู้ใดเข้าถึงหรือประกอบตามพระคุณาลังการอย่างพระองค์ก็ย่อมสามารถพ้นจากทุกข์ภัยทั้งปวงได้จริง การภาวนาพระคาถาที่พระองค์ประทานจะต้องกระทำพ้อมกันทั้ง 3 ด้านคือ กาย วาจา และใจ เพื่อโน้มน้าวไปตามธรรมานุธรรมปฏิบัติ(ความประพฤติดีงามตามสถานะ) จึงจะเกิดธรรมสารคุณ(คุณในแก่นแห่งธรรม) นับได้ว่าพระองค์เป็นผู้ให้คุโณปการ(การอุดหนุนให้ทำคุณงามความดีต่างๆ) คือช่วยชี้ทางและเตือนใจห้สร้างสมคุณธรรมนั้นๆ ขึ้น
ในคัมภีร์สัทธรรมปุณฑริกสูตร ตอนสมันตมุขปริวรรต อ้างไว้ทำนองพระพุทธบรรยายแก่พระอักษยมติโพธิสัตว์ ดังใจความสำคัญย่อๆ ต่อไปนี้
ก็โดยสมัยนั้นแล พระอักษรยมติโพธิสัตว์ ได้ลุกขึ้นจากอาสนะ ทำจีวรเฉวียงบ่าคุกเข่าอี่พู่ลงแล้วประคองอัญชลีมายังพระผู้มีพระภาคทูลถามว่า 
"ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์มีเหตุปัจจัยอย่างไรหนอ พระเจ้าข้า จึงมีพระเนมิตกนามว่า อวโลกิเตศวร" 
พระผู้เป็นนาถะแห่งโลกตรัสตอบว่า 
"ดูก่อนกุลบุตร ถ้ามีสรรพสัตว์นับด้วยอสงไขยโกฏิอันไม่มีประมาณ ได้รับความทรมานจากทุกข์ทั้งหลายอยู่ และได้สดับพระคุณนามแห่งพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์มีเอกจิตเปล่งนมัสการถึงพระนามของพระองค์แล้วไซร้ พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์จักทรงสดับดูแลซึ่งเสียงนั้นในทันที และสรรพทุกข์ของเขาก็จะปลดหลุดพ้นไป ถ้ามีผู้สวดภาวนาถึงพระนามแห่งพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์อยู่ เขาผู้นั้นจะเข้าไปในท่ามกลางมหาอัคคี อัคคีก็มิอาจจะเผาไหม้เขาผู้นั้นได้ด้วยเดชแห่งพระโพธิสัตว์พระองค์นั้น ถ้าแม้มีผู้ประสบอุทกภัยตกไปในมหาสาครอันลึกล้ำ 
หากสวดภาวนาถึงพระคุณนามนั้น แล้วก็จะบรรลุถึงสถานที่ตี้นในทันที ถ้ามีสรรสัตว์ทั้งหลายนับด้วยอสงไขยโกฏิมีความต้องการการแสวงหา สุวรรณ หิรัญ ไพฑูรย์ บุศราคัม เพทาย เพชร นิล จินดามณีรัตนะเป็นอาทิ ได้พากันออกแสวงหาเดินทางไปในมหาสมุทรและมีมหากาฬวายุภัยบังเกิดขึ้นจะพัดพาเรือให้ไปตกอยู่ยังประเทศเหล่าอสูรปีศาจร้ายในจำนวนคนทั้งหลายเหล่านั้น หากจักมีบุคคลแม้สักคนหนึ่งสวดภาวนาถึงพระนามพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ไซร์ ผู้คนทั้งหมดเหล่านั้นก็จะรอดพ้นจากอสูรภัยได้ ด้วยเหตุปัจจัยประการฉะนี้แล พระโพธิสัตว์พระองค์นั้นจึงทรงพระนามว่าอวโลกิเตศวร"
"อนึ่งถ้ามีบุคคลจะได้รับการประทุษร้าย หากเขาเปล่งเสียงภาวนาถึงพระนามของพระอวโลติเกศวรไซร้ อาวุธที่ผู้ประทุษร้ายกระทำร้ายจักภินทนาการหักลงเป็นท่อนๆ และบุคคลผู้ถูกทำโทษก็จะหลุดพ้นไปได้ และหากมีเหล่าอสูรยักษ์ร้ายทั่วมหาตรีสหัสสโลกธาตุจักประทุษร้ายมนุษย์เพียงแต่ได้ยินเสียงสวดสรรเสริญถึงพระนามพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์เท่านั้น แม้ดวงจักษุอันดุร้ายของเหล่าอสูรยักษ์ ก็ยังมิกล้าจะแลดูมายังมนุษย์ อย่าว่าแต่จักมาประทุษร้ายเลย"
 
"อนึ่งหากมีบุคคลผู้มีโทษจริงแล้วก็ตาม มิมีโทษจริงก็ตาม มีกายอันถูกจองจำในเครื่องพันธนาการอยู่ มาตรว่าเขาจะเปล่งพระนามพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ไซร้ เครื่องจองจำพันธนาการเหล่านั้นจักภินทนาการลงแลเขาคนนั้นก็ได้รับความอิสระ"
 
"อนึ่งหากปรากฏทั่วทั้งมหาตรีสหัสสโลกธาตุอุดมด้วยเหล่าโจรภัย มีนายพาณิชย์ผู้หนึ่งพาขบวนนำสินค้ารัตนะอันมีราคาด้องผ่านทางอันตราย ในหมู่พาณิชย์หากมีบุคคลสักผู้หนึ่งกล่าวว่า ดูก่อนกุลบุตรพวกท่านทั้งหลายอย่างได้กลัวเลยท่านทั้งหลายจงมีเอกจิตภาวนาถึงพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์เถิด พระมหาสัตว์พระองค์นั้นทรงมีพระมหากรุณาแก่สรรพสัตว์อาจปลดเปลื้องความหวาดกลัวต่างๆได้ มาตรว่าท่านทั้งหลายภาวนาถึงพระองค์ไซร้ จักรอดพ้นจากโจรภัยได้ "
 
เหล่าพาณิชย์เมื่อได้ฟังเช่นนั้น ต่างก็เปล่งเสียงขึ้นพร้อมกันว่า "นโม อารยาวโลกิเตศวราย โพธิสัตตาย" เพราะเหตุที่เปล่งพระนามดั่งนี้จึงหลุดพ้นภัยไปได้ 
 
 
" ดูก่อนอักษยมติพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ มหาสัตว์มีพระเดชานุภาพอันพิลึกโอฬารอย่างนี้แล ดูก่อนอักษยมติ หากมีสรรพสัตว์ใดมักมากในกามราคะ ถ้าหมั่นรำลึกภาวนาบูชาใน พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์เสมอ ก็สามารถห่างไกลจากกามราคะได้ หากมีสรรพสัตว์ใดมักมากด้วยโทสะ ถ้าหมั่นรำลึกภาวนาบูชาเคารพในพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์เสมอก็สามารถห่างไกลจากโทสะได้ หากมีสรรพสัตว์ใดมักมากด้วยโมหะ ถ้าหมั่นรำลึกภาวนาบูชาเคารพในพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์เสมอ ก็สามารถห่างไกลจากโมหะได้ 
 
ดูก่อนอักษยมติ พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ทรงไว้ซึ่งมหาเดชานุภาพอย่างนี้ ทรงประทานหิตานุหิตประโยชน์อันมากมาย ฉะนั้นสมควรแล้วที่สรรพสัตว์จักมีจิตรำลึกถึงพระองค์เสมอๆ หากมีสตรีใดปรารถนาจะได้บุตรชาย เธอพึงบูชานอบน้อมพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ ก็จักได้บุตรชายอันสมบูรณ์ด้วยบุญญาธิการและปัญญา หากปรารถนาจักได้บุตรหญิง ก็จักได้เกิดบุตรหญิงที่ทรงลักษณะสิริโสภาคย์มีบุญอันกระทำไว้แล้วเป็นที่รักบูชาของคนทั้งหลาย ดูก่อนอักษยมติ พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ทรงอานุภาพด้วยประการฉะนี้"
 
 
อนึ่ง หากมีสรรพสัตว์เคารพสักการบูชาพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ จักมีบุญญสมภารอันจะประมาณมิได้ ด้วยประการฉะนี้ สรรพสัตว์จึงสมควรสวดภาวนาถึงพระนามของพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ ดูก่อนอักษยมติ หากมีบุคคลสวดภาวนาพระนามของพระโพธิสัตว์เท่าเมล็ดทรายจำนวน 62 โกฏิในคงคานที อนึ่ง ยังได้บูชาถวายสิ่งอุปโภคบริโภคมีภัตตาหาร เสนาสนะ เภสัช แด่พระโพธิสัตว์เหล่านั้นเธอมีความคิดเป็นไฉน กุลบุตรหรือกุลธิดานั้นมีกุศลมากหรือไม่หนอ" 
 
 
 
พระอักษยมติทูลสนองว่า "มากมายยิ่งนัก พระเจ้าข้า" 
 
 
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า "หากมีบุคคลสวดภาวนาถึงพระนามของพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ แลได้บูชาสักการ แม้ชั่วระยะกาลหนึ่ง ในบุคคลทั้งสองนั้น ย่อมมีบุญญสมภารเท่าเทียมเสมอกัน ไม่ผิดแปลกกันตลอดสงไขยโกฏิกัลปไม่สิ้นสุด อักษมติ การสวดภาวนาถึงพระนามแห่งพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ ได้ประโยชน์คือ กุศลผลบุญอันนับมิได้ประมาณมิได้ด้วยประการฉะนี้แล" 
พระอักษยมติทูลถามว่า "ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ทรงท่องเที่ยวโปรดสัตว์ในมหาตรีสหัสสโลกธาตุนี้อย่างไร ทรงมีอุปายพละด้วยประการไฉนหนอพระเจ้าข้า"
 
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบพระอัษยมติว่า "ดูก่อนกุลบุตรหากมีสรรสัตว์ในโลกธาตุ สมควรจะได้รับการโปรดด้วยพระพุทธกายแล้ว พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ก็จักทรงอวตารปรากฏเป็นรูปพระพุทธกายมาแสดงธรรมโปรด หากมีสัตว์ผู้สมควรรับการโปรดด้วยรูปกายลักษณะพระสาวก รูปกายลักษณะ อินทระ รูปกายลักษณะมเหศวร รูปกายลักษณะเทวเสนาบดี รูปกายลักษรณะมหาราชา รูปกายลักษณะจุลราชา ฯลฯ รูปกายลักษณะพรามหณ์ รูปกายลักษณะภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา รูปกายลักษณะพราหมณี คหปตานี อำมาติยาณี รูปกายลักษณะกุมาร กุมารี รูปกายลักษณะนาค ยักษ์ คนธรรพ์ อสูร ครุฑมโหรค หากมีสัตว์ผู้สมควรรับการคโปรดด้วยรูปกายลักษณะวัชรธรเทพ พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ก็จักทรงอวตารปรากฏภาคเป็นรูปลักษณะดังกล่าวนั้น ๆ และรูปกายวัชรธรเทพมาแสดงธรรมโปรด"
 
"ดูก่อนอักษยมติ พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ทรงคุณธรรมใช้สำเร็จสมบูรณ์ด้วยประการเช่นนี้ ทรงแบ่งภาคออกเป็นลักษณะต่างๆ ท่องเที่ยวโปรดสัตว์ทั่วไปในโลกธาตุทั้งหลาย ฉะนั้น จึงเป็นการสมควรที่พวกเธอทั้งหลายจักมีเอกจิตบูชาสักการะพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ ฯลฯ..ฯลฯ"
 
ขอบคุณข้อมูลจาก //board.palungjit.com
หน้าแรก  |  สินค้า  |  เว็บบอร์ด  |  เกี่ยวกับเรา  |  บทความ  |  วิธีการชําระเงิน  |  ติดต่อเรา  |  Sitemap
© 2001- . TARAD.com. All Rights Reserved.
//